Detective-Lady

 
ได้เวลาไขคดีละค่ะ โทดทีนะคะที่ปล่อยให้รอนานเชียว (-.-)
 
 
 
ตกใจนิดหน่อยว่า ในคอมเมนต์ตอนก่อนๆ มีคนเดาถูกด้วยว่า ฮิโตมิ ลืมอะไรไว้ที่ห้อง!!
 
แหม้~ สมแล้วที่ตามอ่านมาขนาดนี้จริงๆค่ะ
 
 
 
 
 
ปล. เรื่องนิยายแบบนี้ อยากแปลจริงจังมากมาย เอาไปเสนอสำนักพิมพ์อะไรดี??
 
เพื่อนๆว่า นานมีบุ๊คส์ จะอยากทำมั้ยคะ? หรือมีสำนักพิมพ์ไหนที่คิดว่าเหมาะ ก็ช่วยแนะนำหน่อยนะค้า~
 
 
 
 
สำหรับคนที่เพิ่งมา ย้อนกลับไปอ่านได้ตรงนี้
 
 
 
 
 
แนะนำตัวละครตรงนี้
 
"โฮโช เรย์โกะ" นักสืบหน้าใหม่ ลูกน้องสารวัตร
 
"คาเกยามะ" พ่อบ้าน(ควบตำแหน่งคนขับรถ)ประจำตัวเรย์โกะ
  
"สารวัตรคาซามัทสึริ" คุณชายที่จับพลัดจับผลูมาเป็นตำรวจ
 
"ทาชิโร่ ยูยะ" แฟนเก่าผู้ตาย
  
"โยชิโมโตะ ฮิโตมิ" ผู้ตาย
 
"สึกิมุระ เอริ" เพื่อนข้างห้องผู้ตาย
 
"คาวาฮาระ เคนซาคุ" พยานเบอร์1 เจ้าของตึกอพาร์ทเมนต์ ที่สวนกับผู้ตาย
 
"โมริทานิ ยาซึโอะ" พยานเบอร์2 นักศึกษาอยู่ชั้น2 ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าคนร้าย
 
 
 
 
 
 
เอ้า มาลุยกัน...
 
 
 
"บทที่ 1-6: กรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าฉากฆาตกรรมด้วยนะครับ"
 
   
 
     "อยู่ที่ระเบียงไงครับ" คาเกยามะพูดราวกับว่าเขาได้ไปเห็นสถานที่เกิดเหตุมาด้วยตัวเอง
 
     "ที่ระเบียงเหรอ!? แต่ตรงนั้นก็มีของอยู่ตั้งหลายอย่างนี่นา ทั้งเสื้อเชิร์ต กางเกงยีนส์ ชุดชั้นใน แม้แต่รองเท้าผ้าใบก็ยังมีเลย ของที่เธอลืมไว้คืออันไหนกันล่ะ?"
 
     "ก็ทุกอย่างนั่นแหละครับ" คาเกยามะพูดพร้อมทั้งมองหน้าเรย์โกะ "คุณหนูน่าจะจำได้นะครับ ว่าพยากรณ์อากาศของคืนวันเสาร์เป็นยังไงบ้าง"
 
     "เอ๊ะ พยากรณ์อากาศเหรอ!? ก็เห็นเค้าว่าคืนวันเสาร์จะมีฝนตกทั่วแถบคันโตนี่นะ ถึงฝนจะไม่ได้ตกลงมาจริงๆก็เถอะ --- เอ๊ะ ถ้างั้น ของที่เธอลืมไว้ก็คือ..."
 
     "ใช่แล้วครับ ของที่เธอลืมไว้ก็คือผ้าที่ตากอยู่ที่ระเบียงนั่นเอง ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ เธอลืมเก็บผ้าที่ตากทิ้งไว้ไงล่ะครับ แต่พอเธอออกจากบ้านและเดินไปทางสถานี เธอก็คงเห็นท้องฟ้าอึมครึมแล้วนึกถึงพยากรณ์อากาศขึ้นมาได้ ก็เลยจำได้ว่าเธอยังไม่ได้เก็บผ้าที่ตากไว้ แล้วเธอก็คงเดินกลับทางเดิมมาที่อพาร์ทเมนต์นี่แหละครับ"
 
     "อย่างนี้นี่เอง แบบนี้ปริศนาทุกอย่างก็ลงตัวพอดีสินะ" แต่เรย์โกะอึ้งไปได้ครู่เดียว ก็นึกสงสัยในจุดสำคัญขึ้นมาได้ "แต่พอมาคิดดูดีๆแล้ว การแก้ปริศนาตรงนี้ของนาย ก็ไม่เห็นช่วยไขคดีได้ตรงไหนเลยนี่นา ก็ความจริงที่ว่าผู้ตายถูกฆ่าตอนที่ย้อนกลับมาที่อพาร์ทเมนต์หลังจากออกไปข้างนอกครั้งนึงแล้ว กับที่ว่าผู้ตายถูกฆ่าเพราะย้อนกลับมาเอาผ้าที่ตากทิ้งไว้ มันก็เรื่องเดียวกันนี่นา"
 
     "แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิครับ เพราะเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่ผู้ตายใส่รองเท้าบู๊ทด้วยนะครับ"
 
     "หมายความว่ายังไงน่ะ?"
 
     "คุณหนูลองสมมติตัวเองเป็นผู้ตายนะครับ ลองจินตนาการว่า ในระหว่างที่คุณหนูใส่บู๊ทออกไปข้างนอก คุณหนูก็บังเอิญนึกได้ว่าลืมเก็บผ้าที่ตากไว้ที่ระเบียง แล้วก็เลยรีบกลับมาที่บ้าน พอมาถึงหน้าบ้านแล้ว คุณหนูจะทำยังไงต่อครับ"
 
     "ง่ายนิดเดียว ฉันก็จะเรียกคาเกยามะมาแล้วสั่งว่า "ไปเก็บผ้าที่ตากไว้ซิ" น่ะสิ"
 
     "อืม-----" คาเกยามะพูดอะไรไม่ออกไปครู่หนึ่ง "นั่นสินะครับ ถ้าเป็นคุณหนูก็คงทำอย่างนั้นจริงๆด้วยแหละครับ" คาเกยามะพึมพำออกมาด้วยความคาดไม่ถึง พร้อมทั้งลูบคางไปด้วย "แต่ว่าโยชิโมโตะ ฮิโตมิไม่มีพ่อบ้านแบบผมอยู่ด้วย คุณหนูคิดว่า เธอจะทำยังไงล่ะครับ"
 
     "ก็ไม่เห็นต้องคิดเลยนี่ แค่ถอดรองเท้าบู๊ทออก เดินเข้าไปในห้องแล้วก็เก็บเสื้อผ้าที่ระเบียงมาไว้ในห้องแค่นั้นเอง ไม่เห็นมีทางเลือกอื่นเลยนี่นา"
 
     แต่คาเกยามะกลับส่ายหน้าช้าๆ
 
     "คงมีหลายๆคนที่ทำแบบนั้น แต่อีกหลายๆคนกลับคิดว่าการทำแบบนั้นมันเสียเวลา แล้วก็เลือกใช้วิธีอื่นแทนน่ะครับ แต่จะว่าไป คุณหนูคงไม่มีทางเลือกใช้วิธีแบบนั้นแน่ เพราะงั้นที่คุณหนูจะนึกไม่ออก ก็ไม่แปลกหรอกครับ"
 
     "วิธีที่ฉันไม่มีทางเลือกใช้เหรอ?" แต่เรย์โกะก็นึกอะไรไม่ออกเลยจริงๆ "แล้วมันเป็นวิธีแบบไหนกันล่ะ"
 
     "ก็ง่ายๆน่ะครับ ก่อนอื่นก็ลงไปทำท่าคลานสี่ขาทั้งๆที่ยังใส่รองเท้าบู๊ทอยู่นั่นแหละ แล้วก็ค่อยๆคลานไปโดยใช้มือกับหัวเข่า และระวังไม่ให้พื้นหลังของรองเท้าแตะโดนพื้นห้องเท่านั้นเองครับ ถึงจะเป็นวิธีที่ลำบากถ้าต้องเคลื่อนที่ไปไกลๆ แต่ถ้าระยะทางแค่ห้องในอพาร์ทเมนต์แค่นี้  คลานๆไปแบบนี้ก็เกินพอแล้วครับ และถึงแม้มันจะเป็นภาพที่ไม่ค่อยน่าดูนัก แต่ถ้าอยู่คนเดียวแบบนี้ ก็ไม่ต้องอายใคร แถมถ้าใช้วิธีนี้ เราก็ไม่ต้องมาคอยถอดรองเท้าบู๊ทอยู่บ่อยๆด้วย ซึ่งก็อย่างที่คุณหนูเคยบอกว่า การถอดเข้าถอดออกรองเท้าบู๊ทเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก ซึ่งข้อดีของวิธีนี้ก็ลบล้างจุดนั้นไปได้ด้วยครับ ผมคิดว่าโยชิโมโตะ ฮิโตมิเองก็คงขี้เกียจถอดรองเท้าบู๊ท แล้วก็เลยใช้วิธีนี้ คลานสี่ขาตรงทางเดินเข้าไปในห้อง ทั้งๆที่ยังใส่รองเท้าบู๊ทอยู่น่ะครับ"
 
     "เอ๊ะ ถ้างั้นก็แปลว่าโยชิโมโตะ ฮิโตมิเป็นคนเข้าไปในห้องนั้นด้วยตัวเอง ไม่ใช่โดนใครอุ้มศพเข้าไปหลังจากถูกฆ่าสินะ"
 
     "ครับ เธอคงไม่ได้ถูกใครอุ้มเข้าไปหรอก โยชิโมโตะ ฮิโตมิเข้าไปในห้องนั้นด้วยตัวเอง แล้วก็ถูกใครบางคนรัดคอจากด้านหลังจนเสียชีวิตในที่สุด เธอคงตกใจมากเลยล่ะครับ เพราะมีใครบางคนแอบอยู่ในห้องของเธอ ซึ่งไม่น่าจะมีใครอยู่ตอนนั้น แต่เธอก็ไม่สามารถต่อสู้ขัดขืนได้ เพราะเธออยู่ในสภาพคลานสี่ขา แล้วเธอก็เลยถูกฆ่าโดยง่ายดาย โดยไม่สามารถแม้แต่จะเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้เลย ปริศนาของ "ผู้หญิงที่ถูกฆ่าตายในห้อง ทั้งๆที่ยังใส่รองเท้าบู๊ทอยู่" ก็สามารถอธิบายได้แบบนี้แหละครับ"
 
     "ปะ เป็นแบบนี้นี่เอง" เรย์โกะตกตะลึงในการไขคดีของคาเกยามะ สมแล้วที่เขากล้าว่าคุณหนูเจ้านายของตัวว่าโง่ ถึงจะน่าโมโหอยู่บ้าง แต่ก็ต้องยอมรับในความสามารถของเขาจริงๆ "แต่แม้แต่นายเอง ก็คงไม่รู้กระทั่งว่า ใครเป็นคนร้ายหรอกเนอะ"
 
     "ไม่หรอกครับ ถ้าสันนิษฐานของผมที่ว่ามานี้ถูกต้อง ผมก็พอจะรู้ตัวคนร้ายคร่าวๆแล้วล่ะครับ ฟังให้ดีนะครับ คุณหนู โยชิโมโตะ ฮิโตมิตั้งใจจะออกไปข้างนอก ก็เลยออกจากห้องไป แต่เธอก็กลับมาภายในเวลาไม่กี่นาที แบบนี้ก็หมายความว่า คนร้ายต้องแอบเข้าไปในห้อง 304 ของเธอในช่วงเวลาไม่กี่นาทีนั้น จนถึงตรงนี้ ไม่สงสัยอะไรใช่มั้ยครับ?"
 
     "อื้ม"
 
     "แต่กุญแจของอพาร์ทเมนต์นั้น เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีประสิทธิภาพป้องกันขโมยได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ใช่อะไรที่โจรย่องเบาจะสามารถเปิดได้ในเวลาไม่กี่นาทีแน่นอน"
 
     "นั่นสินะ ฉันคิดว่าคนร้ายคงไม่สามารถทำลายกุญแจแล้วแอบเข้าไปในห้องได้หรอก"
 
     "ถ้างั้นก็แปลว่าโยชิโมโตะ ฮิโตมิอาจจะลืมล๊อคกุญแจห้อง แต่ถ้าฟังจากเรื่องที่คุณหนูเล่ามา ผมคิดว่าเรื่องนั้นก็ไม่ค่อยมีความเป็นไปได้เท่าไหร่นัก เพราะโยชิโมโตะ ฮิโตมิ "เป็นคนที่ระมัดระวังในเรื่องการล๊อคประตูมาก เธอไม่เคยลืมล๊อคประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียว" สึกิมุระ เอริ ที่เป็นผู้พบศพคนแรกให้การไว้แบบนี้ใช่มั้ยครับ"
 
     "จริงด้วยสินะ โยชิโมโตะ ฮิโตมิต้องล๊อคประตูตอนที่จะออกไปข้างนอกแน่นอน"
 
     "แต่ถึงอย่างนั้น คนร้ายก็ยังสามารถเข้าไปในที่เกิดเหตุได้อย่างง่ายดายโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ข้อมูลนี้ทำให้เราสรุปได้อย่างเดียวเท่านั้น คือคนร้ายจะต้องมีกุญแจสำรองของห้อง 304 อยู่แล้ว" 
 
     "กุญแจสำรอง---" พอได้ยินคำนั้น เรย์โกะก็เห็นภาพคนๆหนึ่งลอยขึ้นมาในหัวทันที ชายคนนั้นเป็นคนที่เคยมีความสัมพันธ์กับโยชิโมโตะ ฮิโตมิจนถึงขั้นแลกกุญแจห้องกัน "ทาชิโร่ ยูยะ--- เขาเป็นคนร้ายจริงๆด้วยสินะ? เอ๊ะ แต่เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก ก็เขามีข้อแก้ตัวที่สมบูรณ์แบบเลยนี่นา"
 
     "ครับ ทาชิโร่ ยูยะ ไม่ใช่คนร้ายหรอกครับ"
 
     "ถ้างั้น รึว่าจะเป็นคาวาฮาระ เคนซาคุ เจ้าของอพาร์ทเมนต์? เขาเองก็คงต้องมีกุญแจสำรองอยู่แน่ๆ"
 
     "แต่หลังจากที่คาวาฮาระ เคนซาคุเจอโยชิโมโตะ ฮิโตมิตรงกล่องรับจดหมายหน้าอพาร์ตเมนต์แล้ว เขาก็ตรงกลับไปที่ห้องของตัวเองเลยนะครับ ซึ่งเรื่องนี้สามารถพิสูจน์ได้จากคำให้การของเจ้าของร้านผลไม้ตรงข้ามอพาร์ทเมนต์ ดังนั้นคาวาฮาระ เคนซาคุจึงไม่สามารถเข้าไปในห้องที่เกิดเหตุได้ก่อนโยชิโมโตะ ฮิโตมิ และลงมือฆ่าเธอได้หรอกครับ"
 
     "อ้าว หมายความว่าไงน่ะ คนร้ายจะต้องเป็นคนที่มีกุญแจเสริมของห้องผู้ตาย แต่ทั้ง 2 คนที่มีกุญแจอยู่กลับไม่มีโอกาสลงมือได้เลย แบบนี้เราก็ไม่มีผู้ต้องสงสัยแล้วน่ะสิ"
 
     "ไม่หรอกครับ คุณหนู ผู้ต้องสงสัยยังเหลืออยู่อีกคน คนที่สามารถใช้กุญแจสำรองได้ ยังมีเหลืออยู่อีกแค่คนเดียวเท่านั้น และคนๆนั้นเองแหละครับ ที่เป็นคนร้ายตัวจริงในคดีฆาตกรรมโยชิโมโตะ ฮิโตมิ" วิธีพูดของคาเกยามะที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจนี้ ทำให้เรย์โกะเริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมา
 
     "แล้วคนๆนั้นคือใครกันล่ะ? เป็นคนที่ฉันไม่รู้จักเหรอ?"
 
     "ไม่ใช่หรอกครับ คุณหนูรู้จักเขาแล้วล่ะครับ ถ้าจะพูดให้ถูกคือคุณหนูรู้จักรองเท้าของเขาแล้วน่ะครับ"
 
     "รองเท้าเหรอ?"
 
     "ลืมไปแล้วเหรอครับ คุณหนู ตอนที่พวกคุณหนูไปหาทาชิโร่ ยูยะที่ห้อง ในห้องนั้นมีรองเท้าของผู้หญิงอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอครับ"
 
     สภาพห้องของทาชิโร่ ยูยะตอนที่พวกเธอไปหาเขา แจ่มชัดขึ้นมาในหัวของเรย์โกะทันที ตรงพื้นที่วางรองเท้าหน้าห้อง ที่เต็มไปด้วยรองเท้าผู้ชายที่วางสะเปะสะปะอยู่นั้น มีรองเท้าผู้หญิงคู่หนึ่งวางเด่นอยู่อย่างไม่เข้าพวก
 
     "รองเท้าส้นสูงสีขาวคู่นั้น!" เรย์โกะเผลอร้องตะโกนออกมา "เจ้าของรองเท้าคู่นั้นคือคนร้ายงั้นเหรอ!?"
 
     "ถูกแล้วครับ" คาเกยามะพูดด้วยท่าทีสงบนิ่ง "ก็อย่างที่คุณหนูคาดการณ์ไว้ ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของรองเท้าส้นสูงสีขาวคู่นั้นคงจะเป็นแฟนใหม่ของทาชิโร่ ยูยะ และถ้าเป็นแฟนกัน ก็คงสามารถเข้าไปที่ห้องของทาชิโร่ ยูยะได้อย่างง่ายดาย นั่นหมายความว่า เธอคนนั้นสามารถที่จะแอบเอากุญแจห้อง 304 ที่ทาชิโร่ ยูยะเก็บไว้ ออกมาใช้ตอนที่เขาไม่อยู่บ้านได้นั่นเอง"
 
     "งี้นี่เอง คืนวันเสาร์นั้น ทาชิโร่ก็ออกไปตกปลาข้างนอก ไม่อยู่บ้านทั้งคืนเลยด้วย แฟนใหม่คนนั้นก็เลยมีโอกาสเอากุญแจสำรองนั้นไปใช้สินะ!"
 
     "ก็เช่นนั้นแหละครับ จากตรงนี้ไปจะเป็นส่วนที่ผมคาดเดาเอาเอง ดังนั้นมันอาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมดนะครับ ผู้หญิงคนร้าย--- เรายังไม่รู้ชื่อเธอ เพราะงั้นผมขอเรียกเธอว่า ชิโรอิ คุทสึโกะ ก็แล้วกันนะครับ"
 
     "เจ้าของรองเท้าส้นสูงสีขาว ก็เลยเรียกว่า ชิโรอิ คุทสึโกะ สินะ"
 
(* เป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ "ชิโรอิ = สีขาว" "คุทสึ=รองเท้า"... เล่นกันดื้อๆเงี้ย - - พ่อบ้านอับจนมุขเหลือเกิน)
 
     "อาจจะด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้ชิโรอิ คุทสึโกะที่เป็นแฟนใหม่ของทาชิโร่ ยูยะไปเจอกุญแจที่เขาแอบเก็บไว้ในห้องเข้า แน่นอนว่าเธอคงไม่รู้ว่านั่นเป็นกุญแจห้องของใคร แต่ผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสัญชาตญาณที่แหลมคมมาก พอชิโรอิ คุทสึโกะเจอกุญแจอันนั้นเข้า เธอก็คงสงสัยทันทีว่า ทาชิโร่ ยูยะอาจจะกำลังแอบคบกับผู้หญิงอื่นอยู่ และนี่คงเป็นกุญแจห้องของผู้หญิงคนนั้น การที่ชิโรอิ คุทสึโกะจะอยากค้นหาตัว "กิ๊ก" ของแฟนตัวเอง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร จากนั้นเธอก็คงพยายามค้นหาข้อมูล หรือไม่เธอก็อาจจะรู้ตัวแฟนเก่าของเขาอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว เรื่องนั้นผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆคือ เธอสืบหาจนไปเจอตัวโยชิโมโตะ ฮิโตมิเข้าจนได้ แต่เธอจะสืบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทาชิโร่ ยูยะ กับ โยชิโมโตะ ฮิโตมิ ยังไงดีล่ะ แล้วตอนนั้นเอง เธอก็นึกวิธีดีๆขึ้นได้ เธอจะต้องแอบเอากุญแจดอกนั้นออกมาจากห้องของทาชิโร่ ยูยะในตอนที่เขาไม่อยู่ แล้วเอาไปเทียบกับรูกุญแจห้องของโยชิโมโตะ ฮิโตมิ ซึ่งถ้ากุญแจนี้สามารถไขประตูห้องของโยชิโมโตะ ฮิโตมิได้ มันก็จะเป็นหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ของทั้งคู่ทันที แล้วชิโรอิ คุทสึโกะ ก็เลยทำตามแผนนี้จริงๆ"
 
     "วันที่เธอลงมือ ก็คือวันเสาร์นั่นเองสินะ"
 
     "ครับ ชิโรอิ คุทสึโกะรอจนทาชิโร่ ยูยะออกไปตกปลา แล้วก็แอบเอากุญแจออกมาจากห้องเขา จากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่อพาร์ทเมนต์ของโยชิโมโตะ ฮิโตมิ เธอคงเฝ้าจับตาดูห้องของโยชิโมโตะ ฮิโตมิจากในรถที่จอดไว้ข้างทางเพื่อรอให้เจ้าของห้องออกมา เพราะคงไม่มีใครแอบเอากุญแจไปเทียบกับรูกุญแจทั้งๆที่ยังมีคนอยู่ในห้องหรอก พอเวลาล่วงเลยจนมาถึงตอน 6 โมงเย็น ในที่สุดโยชิโมโตะ ฮิโตมิก็ออกมาจากห้อง ชิโรอิ คุทสึโกะคงจะรีบขึ้นตึกไปทันที เธอคงกำกุญแจดอกนั้น แล้วลองไขประตูห้อง 304 ดู แน่นอนว่ากุญแจดอกนั้นสามารถเปิดประตูห้องนั้นได้ ทำให้ชิโรอิ คุทสึโกะเปิดโปง "กิ๊ก" ของแฟนเธอได้สำเร็จ"
 
     "งานสำเร็จตามเป้าหมาย แต่ปัญหาคือเรื่องหลังจากนั้นสินะ"
 
     "ครับ ถ้าเธอหยุดแค่ตรงนี้ คดีนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้นหรอก แต่ชิโรอิ คุทสึโกะเข้าใจว่า โยชิโมโตะ ฮิโตมิ คงจะไม่กลับมาที่ห้องอีกพักใหญ่ เธอก็เลยถือวิสาสะเข้าไปในห้องเองเลย อาจจะเป็นเพราะเธออยากรู้ว่า "กิ๊ก" ของแฟนเธอจะอยู่ในห้องแบบไหนกัน หรือเธออาจจะอยากหาหลักฐานอื่นในการเปิดโปงแฟนเธอก็ได้ แต่ทันใดนั้น ก็เกิดเรื่องที่เธอไม่คาดคิดขึ้น"
 
     "โยชิโมโตะ ฮิโตมิที่เพิ่งออกไปข้างนอก ได้ย้อนกลับมาที่ห้อง เพราะเธอลืมเก็บผ้าที่ตากเอาไว้สินะ"
 
     "เจ้าของห้องได้กลับมา ในขณะที่เธอกำลังทำการบุกรุกสถานที่โดยผิดกฏหมาย แค่นี้ก็คงทำให้ชิโรอิ คุทสึโกะทำอะไรไม่ถูกแล้ว ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเธอจะถูกหาว่าเป็นขโมย ก็คงไม่มีทางแก้ต่างอะไรได้ แถมอีกฝ่ายยังเป็น "กิ๊ก" ของแฟนตัวเองอีก ถ้าโดนเจอในสถานการณ์แบบนี้คงได้อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนได้อีก ทาชิโร่ ยูยะเองก็คงต้องขอเลิกกับเธอแน่ ไม่เพียงแค่นั้น แต่สถานะทางสังคมของเธอก็อาจเสียหายอีกด้วย... ผมสมมติว่านี่เป็นกรณีที่เธอมีสถานะแบบนั้นนะครับ ชิโรอิ คุทสึโกะคงลนลานรีบคิดหาทางหนีออกไปจากนาทีวิกฤตินั้น แต่อพาร์ทเมนต์ห้องเดียวแบบนั้น คงไม่มีทางหนีรอดได้แน่ แล้วในวินาทีต่อมา เธอก็เห็นภาพที่ไม่เคยคาดคิดปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ เป็นภาพโยชิโมโตะ ฮิโตมิที่คลานสี่ขาเข้ามาในห้อง ทั้งๆที่ยังใส่รองเท้าบู๊ทอยู่นั่นเอง โยชิโมโตะ ฮิโตมิอยู่ในสภาพเป็นรอง แล้วยังไม่สามารถป้องกันตนเองได้ ดังนั้นการที่ชิโรอิ คุทสึโกะจะหันไปใช้มาตรการฉุกเฉิน ซึ่งก็คือการใช้กำลังทำร้ายร่างกาย ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไรเลยครับ"
 
     "เธอตัดสินใจลงมือก่อนที่ตัวเองจะถูกเจอแล้วกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาสินะ"
 
     "ชิโรอิ คุทสึโกะหยิบเชือกที่เธอเจอในบริเวณนั้น คงจะเป็นเชือกฟางที่ใช้รัดกองหนังสือพิมพ์ที่ตกอยู่ข้างๆลังใส่หนังสือพิมพ์แถวนั้นแหละครับ แล้วเธอก็ใช้เชือกนั่นรัดคอโยชิโมโตะ ฮิโตมิอย่างเอาเป็นเอาตาย นี่ไม่ใช่การฆาตกรรมที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า เพราะงั้นผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเธอมีเจตนาที่จะฆ่าหรือไม่ แต่แรงหึงอาจจะมีส่วนทำให้เธอเผลอออกแรงมากเกินไป ทำให้เธอรัดคอโยชิโมโตะ ฮิโตมิจนเสียชีวิตในที่สุด--- ในความเห็นของผม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคดีนี้ ก็คงเป็นราวๆนี้แหละครับ"
 
     หลังจากที่อธิบายจนจบ พ่อบ้านคาเกยามะก็หันไปหาเรย์โกะด้วยสีหน้าเงีบบขรึม "เป็นอย่างไรบ้างครับ คุณหนู"
 
     "เอ่อ--- นะ นั่นสินะ ค่อนข้างใช้ได้เลยทีเดียว คนร้ายคงเป็นผู้หญิงเจ้าของรองเท้าส้นสูงสีขาวคนนั้นจริงๆแหละ"
 
     ฝีมือของพ่อบ้านนี้ ไม่ใช่แค่ "ค่อนข้างใช้ได้" แค่นั้นหรอก เรย์โกะคิดว่าการไขคดีของคาเกยามะเกือบจะสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว ทั้งพฤติกรรมของคนร้าย พฤติกรรมของผู้ตาย คงจะเป็นไปตามที่คาเกยามะสันนิษฐานไว้นั่นแหละ แต่จะให้ยอมรับกันง่ายๆ มันก็กระไรอยู่ เรย์โกะเลยทำฟอร์ม ถามต่ออีก 2-3 คำถาม
 
     "เราไม่เจอรอยนิ้วมือที่น่าสงสัยในที่เกิดเหตุเลย คนร้ายใส่ถุงมืออยู่ด้วยเหรอ"
 
     "การแอบเปิดประตูบ้านคนอื่นโดยพลการ ก็เป็นการทำผิดกฏหมายอยู่แล้วครับ ดังนั้นคนร้ายคงจะระวังตัว และใส่ถุงมือตั้งแต่ตอนจะไขกุญแจประตูห้อง 304 แล้วล่ะครับ และนั่นทำให้บังเอิญไม่เหลือรอยนิ้วมือของคนร้ายในที่เกิดเหตุไงล่ะครับ"
 
     "ตอนที่โยชิโมโตะ ฮิโตมิย้อนกลับไปที่ห้อง เธอน่าจะเห็นรองเท้าของคนร้ายอยู่ตรงหน้าประตูนี่นา ทำไมเธอถึงไม่ฉุกใจเรื่องนี้ล่ะ"
 
     "ถ้าฟังจากเรื่องราวที่คุณหนูเล่ามา ห้องของโยชิโมโตะ ฮิโตมิไม่น่าจะสะอาดเรียบร้อย เป็นระเบียบซักเท่าไหร่ ดังนั้นตรงที่วางรองเท้าก็คงจะเป็นเละเทะอยู่เหมือนกัน ทำให้เธอไม่ทันสังเกตุเห็นรองเท้าของคนอื่นปะปนอยู่กับรองเท้าของตัวเองน่ะครับ"
 
     คาเกยามะได้เตรียมคำตอบที่น่าพอใจไว้รอคำถามทั้งหมดของเรย์โกะอยู่แล้ว
 
     "ยังงี้นี่เอง เข้าใจละ" เรย์โกะพยักหน้าแล้วพูดต่อ "ถ้างั้น ขอถามคำถามสุดท้ายอีกข้อนึงนะ" เธอถามคาเกยามะถึงสิ่งที่เธอสงสัยและได้เก็บไว้ในใจมาตั้งแต่เมื่อกี้ "นายเป็นใครกันน่ะ มีความสามารถคลี่คลายคดีได้ขนาดนี้ แล้วทำไมถึงมาทำงานเป็นพ่อบ้านอย่างงี้ล่ะ?"
 
     พ่อบ้านคาเกยามะเลื่อนแว่นขอบเงินของเขาขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าเคร่งครัด
 
     "ที่จริงแล้ว ผมเองก็อยากจะเป็นนักกีฬาเบสบอล หรือนักสืบอาชีพมากกว่าเหมือนกันน่ะครับ"
 
     แต่นี่ไม่ใช่คำตอบนี่นา เรย์โกะไม่พอใจกับคำตอบนี้เลยจริงๆ
 
 
 
จบตอน 1
 
 
 
 
 
ฮู้วววววววววววววววววว แปลจบจนได้
 
 ขอโทษที่ทำให้รอกันตั้งนานนะคะ
 
แต่จบแล้วคร่า~~~
 
 
 
มีความเห็นยังไงก็แนะได้นะค้า
 
ถ้าเป็นไปได้ ก็อย่าลืมแนะนำสำนักพิมพ์ด้วยนะค้า
 
 
 
 
 
*ในหนังสือเล่มนี้มีทั้งหมด 6 ตอน
** กว่าจะแปลจบหมด คนอ่านรอเงกกันพอดี
*** เพราะงั้นมาช่วยอิฮั้นหาสำนักพิมพ์กันเถอะ~! จะได้ออกมาเป็นหนังสือ อ่านรวดเดียวเลยไง้ อิอิ
 
 
 ปล. ถามว่า... อยากอ่าน ตอน 2 กันมั้ยคะ? หรือว่าขี้เกียจรออิฮั้นแปลทีละหยิบมือแล้ว (ก็มันไม่ค่อยมีเวลาง่า - -)
 
 
 
 
 
ได้เวลามาต่อกันแล้วค่ะ
 
ครั้งนี้ยาวหน่อย เป็นตอนก่อนจบตอน1ค่า
 
 
 
 
ปล. ตอนนี้ที่ญี่ปุ่น เล่มนี้ขายดีมากกกกก ขายได้เกิน 1 ล้านเล่มแล้วค่า 
 
ปล.(อีกที) นั่งแปลนานเกินไป พอกดอัพเอนทรี่ปุ๊บ มันล๊อกเอาท์เฉยเลย ที่แปลมา เกินครึ่งหาเกลี้ยง
ต้องนั่งแปลใหม่อีกรอบ T_T
 
 
 
 
สำหรับคนที่เพิ่งมา ย้อนกลับไปอ่านได้ตรงนี้
 
 
 
 
 
 
แนะนำตัวละครตรงนี้
 
"โฮโช เรย์โกะ" นักสืบหน้าใหม่ ลูกน้องสารวัตร
 
"สารวัตรคาซามัทสึริ" คุณชายที่จับพลัดจับผลูมาเป็นตำรวจ
 
"ทาชิโร่ ยูยะ" แฟนเก่าผู้ตาย
  
"โยชิโมโตะ ฮิโตมิ" ผู้ตาย
 
"สึกิมุระ เอริ" เพื่อนข้างห้องผู้ตาย
 
"คาวาฮาระ เคนซาคุ" พยานเบอร์1 เจ้าของตึกอพาร์ทเมนต์ ที่สวนกับผู้ตาย
 
"โมริทานิ ยาซึโอะ" พยานเบอร์2 นักศึกษาอยู่ชั้น2 ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าคนร้าย
 
 
 
 
 
 
เริ่มตรงนี้เลยค่ะ...
 
 
 
 
"บทที่ 1-5: กรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าฉากฆาตกรรมด้วยนะครับ"
 
 
 
     หลังจากที่โฮโช เรย์โกะทานอาหารค่ำมื้อเบาๆ ซึ่งประกอบด้วยสลัดถั่วลันเตาใส่กุ้ง ซุปอาหารทะเล ไก่นึ่งซอสมะเขือเทศ และเนื้อแกะย่างโรสแมรี่เสร็จ เธอก็ไปนั่งพักผ่อนบนโซฟาในห้องโถงที่สามารถมองเห็นวิวตอนกลางคืนข้างนอกได้
 
     ในตอนกลางวันนั้น เรย์โกะจะพยายามแต่งตัวเรียบๆให้สมกับเป็นตำรวจ เธอจะใส่ชุดสูทกางเกงของยี่ห้อ burberry หรืออะไรจืดๆเทือกนั้นที่ดูเหมือนซื้อมาจากห้างแถวบ้าน เพราะเธอต้องการรักษาภาพพจน์ของตำรวจที่จริงจังเอาไว้ แต่เมื่อเธอกลับมาที่คฤหาสน์นี้ ส่วนใหญ่เธอจะพักผ่อนในชุดกระโปรงวันพีซที่ดูผู้ยิ้ง ผู้หญิงซะเป็นส่วนใหญ่ แม้แต่สารวัตรคาซามัทสึริเองก็เถอะ ถ้าได้มาเห็นเธอในชุดแบบนี้ก็คงคิดไม่ถึงว่านี่คือลูกน้องที่เขาเจออยู่ทุกวันหรอก ก็สารวัตรคาซามัทสึริไม่รู้ว่าเรย์โกะน่ะ คือลูกสาวคนเดียวของโฮโช เซย์ทาโร่ เจ้าของ "โฮโชกรุ๊ป" นี่นา
 
     "คุณผู้ชายท่านเป็นห่วงคุณหนูที่ไปเป็นตำรวจมากเลยนะครับ" พ่อบ้านเอ่ยขึ้นในขณะที่เทไวน์อายุเก่าแก่ลงในแก้วที่ทอประกายแสงราวกับอัญมนี "ท่านคิดเป็นห่วงไปต่างนานาว่า ตอนนี้คุณหนูจะกำลังยิงปืนสู้กับคนร้ายอยู่ตรงแม่น้ำทามะรึเปล่า รึว่ากำลังถือกระเป๋าที่ใส่เงินค่าไถ่วิ่งไปทั่วเมืองคุนิตาจิ รึว่ากำลังขับรถไล่ตามจับคนร้ายอยู่ตรงถนนฟุจู ท่านเป็นกังวลจนไม่เป็นอันทำงานเลยล่ะครับ"
 
     "งั้นเหรอ" ถ้ามีจินตนาการโอเวอร์เลยเถิดขนาดนี้ อย่าว่าแต่ทำงานเลย แค่จะใช้ชีวิตปกติธรรมดายังไม่ได้เลยมั้ง... น่าพาไปหาหมอจริงๆ ยุ่งยากจังแฮะ "ไปบอกคุณพ่อนะว่าฉันไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องห่วง งานที่ฉันทำอยู่ตอนนี้ ไม่มีเรื่องที่เกี่ยวกับการยิงปืน เงินค่าไถ่ หรือการขับรถไล่ตามคนร้ายหรอก แค่คดีฆาตกรรมธรรมดาๆที่แปลกไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง"
 
     "แปลกไปนิดหน่อยเหรอครับ?"
 
     "ก็ผู้ตายใส่รองเท้าอยู่ตอนที่ถูกฆ่าน่ะสิ--- อะ แต่ถ้าเดาว่าศพถูกแบกเข้ามาในห้องหลังจากตายแล้ว ก็คงไม่แปลกอะไรหรอก แต่ก็ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมถึงต้องอุตส่าห์ย้ายศพมาด้วยนะ แล้วแรงจูงใจในการฆ่าโยชิโมโตะ ฮิโตมิก็ยังไม่กระจ่างชัดด้วย--- เธอพอจะเอะใจอะไรบ้างมั้ย คาเกยามะ?"
 
     "ไม่ครับ ด้วยคำอธิบายแค่นี้ ผมไม่เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียว" พ่อบ้านขอโทษด้วยการส่ายหน้าช้าๆ แต่ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นนั้นกลับเป็นประกายขึ้นมา "แต่ถ้าคุณหนูจะยอมเสียเวลาอธิบายรายละเอียดของคดีให้ผมฟังมากกว่านี้ ความเห็นของผมอาจจะสามารถช่วยอะไรคุณหนูได้บ้างก็ได้"
 
     เรย์โกะประหลาดใจไม่น้อยที่คาเกยามะพูดเช่นนี้ คาเกยามะเป็นพ่อบ้านที่ยังหนุ่ม และเพิ่งเริ่มทำงานที่คฤหาสน์โฮโชได้แค่เดือนเดียว เพราะงั้นจะพูดว่าเรย์โกะรู้จักเขาดีก็คงไม่ได้ แต่เขาก็เป็นผู้ชายที่มีท่าทางสุขุมและเอาจริงเอาจังอยู่เสมอ แถมยังดูท่าทางจะไม่ค่อยชอบออกความเห็นหรือแสดงความรู้สึกอะไรด้วย อย่างน้อยๆดูแล้วก็คงไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่อยู่จะมา "ออกความเห็น" เกี่ยวกับการสืบสวนคดีหรอก แต่เรย์โกะก็ยอมทำตามข้อเรียกร้องของคาเกยามะ "ก็ได้ งั้นฉันจะอธิบายรายละเอียดคดีนี้ให้ฟัง"
 
     เรย์โกะเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคาเกยามะจะมีความเห็นยังไงบ้าง แล้วการเล่าเรื่องคดีให้คนอื่นฟังก็อาจจะทำให้เข้าใจคดีได้ลึกซึ้งขึ้น บางทีอาจจะทำให้มองเห็นจุดที่ตัวเองเคยมองข้ามไปก็ได้ แถมผู้ฟังที่เอาจริงเอาจังและปากแข็งอย่างคาเกยามะก็ท่าทางจะเหมาะกับการเล่าเรื่องแบบนี้ให้ฟังซะด้วย
 
     "คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ตอนราวๆ 6 โมงเย็น แต่ทางเราได้รับการแจ้งความตอน 1 ทุ่ม ผู้ตายชื่อโยชิโมโตะ ฮิโตมิ เป็นผู้หญิงอายุ 25 ปี---"
 
     เรย์โกะนั่งพิงโซฟาและจิบไวน์ไปด้วยในขณะที่ปากก็เล่าเรื่องราวของคดีนี้โดยไม่ปิดบังรายละเอียดใดใดทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าเรื่องของเรย์โกะจะกินเวลานาน แต่คาเกยามะก็ยืนตรงและตั้งใจฟังอย่างเต็มที่สมกับที่เป็นพ่อบ้าน ในที่สุดเรื่องราวของเรย์โกะก็จบลงตรงที่ข้อแก้ตัวของทาชิโร่ ยูยะได้รับการยืนยันว่าถูกต้อง ทำให้การสืบสวนคดีต้องกลับมาเริ่มตั้งต้นใหม่ทั้งหมด
 
     "ว่าไงล่ะ คาเกยามะ? พอจะนึกอะไรออกบ้างมั้ย? เรื่องเล็กๆน้อยๆอะไรก็ได้นะ"
 
     "ครับ" คาเกยามะยกมือขึ้นมาขยับแว่น และทำหน้าลำบากใจ "คุณหนูอนุญาตให้ผมออกความเห็นจริงๆนะครับ"
 
     "แน่นอน" เรย์โกะพูดให้กำลังใจ พร้อมทั้งหันไปยิ้มให้กับพ่อบ้านอย่างใจดี "ไม่ต้องเกรงใจไปหรอก คิดยังไงก็พูดมาได้เลย"
 
     "พูดได้ทุกอย่างจริงๆนะครับ" หลังจากพ่อบ้านถามย้ำจนแน่ใจแล้วก็พูดต่อ "ถ้างั้นผมจะขอพูดตรงๆตามที่ผมคิดละนะครับ" พ่อบ้านคาเกยามะก้มหัวลงต่ำเพื่อทำความเคารพ ก่อนจะหันหน้าไปหาเรย์โกะที่นั่งอยู่บนโซฟา และพูดสิ่งที่เขาคิดด้วยคำพูดที่ตรงไปตรงมา
 
     "ขอประทานโทษนะครับ แต่เรื่องแค่นี้ก็ไม่เข้าใจเนี่ย คุณหนูโง่จริง แกล้งโง่ หรือว่าตั้งใจโง่กันแน่ครับ"
 
 
 
 
 
 
     "........................." บริเวณรอบนั้นถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบเป็นเวลาหลายวินาที หรืออาจจะหลายนาที 
    
     เรย์โกะรินไวน์ใส่แก้วที่ว่างแล้วด้วยตัวเอง เธอลุกขึ้นยืน แล้วถือแก้วเดินไปที่ริมหน้าต่าง เพราะคฤหาสน์โฮโชตั้งอยู่บนเนินสูง จึงสามารถมองเห็นวิวของเมืองคุนิตาจิยามค่ำคืนอันสวยงามราวกับได้ตั้งเทียนไขหลายเล่มไว้ในความมืดได้อย่างชัดเจน เป็นวิวที่มองทีไรก็สวยไม่รู้เบื่อ แล้วก็ทำให้ใจสงบด้วย เอาล่ะ! ไม่เป็นไรแล้ว เราสงบใจได้แล้วล่ะ เรย์โกะสูดหายใจลึกๆเบาๆแล้วหันหน้ากลับไปหาคาเกยามะ และค่อยๆเอ่ยปากพูดขึ้น 
    
     "ชั้นไล่นายออก ออกไปซะ! ไล่ออกเดี๋ยวนี้เลย! ไล่ออกไล่ออกไล่ออกไล่ออกไล่ออกไล่ออกไล่ออก"
 
     "ใจเย็นสิครับ ไม่ต้องวีนแตกอย่างนี้ก็ได้ครับ คุณหนู"
 
     "ใครมันจะไปใจเย็นได้ล่ะ!" มือของเรย์โกะที่ถือแก้วไวน์อยู่สั่นระริก ทำให้ของเหลวสีแดงที่อยู่ในแก้วกระฉอกไปมา "ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างฉันคนนี้จะโดนพ่อบ้านหาว่างี่เง่าได้! ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้เลยจริงๆ!"
 
     "ไม่นะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดว่าคุณหนูงี่เง่าเลยซักนิด..."
 
     "อ๋อ ใช่สิ ถูกแล้วล่ะ!" เรย์โกะพยักหน้าแรงๆพร้อมกับเดินวนไปรอบๆตัวพ่อบ้าน "ใช่แล้ว นายไม่ได้พูดว่าฉันงี่เง่าหรอก นายหาว่าฉันโง่ต่างหากล่ะ! ไม่ได้งี่เง่า แต่โง่ใช่มั้ยล่ะ ฉันขอไล่นายออกเดี๋ยวนี้เลย! อย่างเป็นทางการด้วย! นายรีบออกไปจากคฤหาส์นี้เดี๋ยวนี้เลยนะ เดี๋ยวฉันจะส่งของของนายตามไปให้เอง ไม่ต้องห่วงหรอก เอ้า รีบไปสิ"
 
     ว่าแล้วเรย์โกะก็ชี้นิ้วตรงไปที่ทางออกของห้องโถง คาเกยามะโค้งคำนับอย่างอ่อนน้อมตามแบบฉบับที่ดีของพ่อบ้าน "เข้าใจแล้วครับ ถ้างั้นผมขอลาตรงนี้เลยก็แล้วกันครับ" แล้วก็หันหลังเดินจากไปอย่างเงียบๆ
 
     แต่ในชั่วเสี้ยววินาทีก่อนที่คาเกยามะจะเดินพ้นห้องโถงไปนั้น เรย์โกะก็รีบส่งเสียงหยุดเขาไว้
 
     "ระ รอเดี๋ยวก่อนสิ"
 
     "ครับ" คาเกยามะหันตัวกลับมาทางเรย์โกะโดยไม่ชะงักแม้แต่นิดเดียว ราวกับว่าเขาได้คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะต้องถูกเรียกตัวไว้ "ยังมีธุระอะไรให้ผมรับใช้อีกเหรอครับ คุณหนู"
 
     หมอนี่มันหยิ่งจริงๆ! เรย์โกะตีสีหน้าเรียบเฉย แต่ก็ยังแอบกัดริมฝีปากด้วยความเจ็บใจ
 
     "เมื่อกี้นายหาว่าฉันโง่ใช่มั้ย แบบนี้ก็หมายความว่า นายเข้าใจได้ง่ายๆเลยสินะว่ามันเกิดอะไรขึ้นในคดีนี้"
 
     "ใช่แล้วครับ คดีนี้ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนี่ครับ"
 
     "ท่าทางมั่นใจน่าดูเชียวนะ" เรย์โกะจ้องมองพ่อบ้านคาเกยามะอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เรย์โกะตอนนี้กำลังถูกบีบคั้นอย่างแรง เพราะในฐานะคุณหนูแล้ว การกระทำของพ่อบ้านนี้เป็นสิ่งที่ให้อภัยไม่ได้อย่างยิ่ง แต่ในฐานะตำรวจแล้ว เธอไม่สามารถเมินเฉยแล้วปล่อยให้คาเกยามะไปโดยไม่สอบถามเรื่องราวได้ ในที่สุด เรย์โกะก็ให้ความสำคัญกับสถานะของตัวเองในฐานะตำรวจมากกว่า "ถ้านายพูดถึงขนาดนั้น ฉันก็จะขอฟังหน่อยละกัน แล้วคนร้ายคือใครกันล่ะ?"
 
     "ผมยังบอกคุณหนูไม่ได้หรอกครับ" คำตอบของคาเกยามะผิดคาดของเรย์โกะมาก "เพราะถึงจะบอกตัวคนร้ายไปตอนนี้ คุณหนูก็คงไม่เข้าใจอยู่ดีน่ะครับ"
 
     "ว่าไงนะ!" นี่อาจจะเป็นคำสบประมาทที่ไร้มารยาทพอๆกับ "คุณหนูโง่รึเปล่าครับ" เลยก็ได้ "นายไม่ยอมบอกตัวคนร้ายกับฉันเพราะคิดว่าฉันจะไม่เข้าใจงั้นเหรอ? ใช่สิ ฉันไม่เข้าใจเลยซักนิด ไม่เข้าใจความคิดของนายเลยจริงๆ---"
 
     หลังจากที่เรย์โกะยืนครุ่นคิดซักพัก ในที่สุด เธอก็เอ่ยคำที่น่าอับอายมากทั้งในฐานะคุณหนู และฐานะตำรวจมือโปรขึ้นมา
 
     "ขอร้องล่ะ ช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจด้วยได้มั้ย"
 
     รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นที่มุมปากของคาเกยามะราวกับเขารอคำนี้มานานแล้ว เขาหันหน้าไปทางเรย์โกะแล้วโค้งคำนับ
 
     "เข้าใจแล้วครับ คุณหนู"
 
 
*******************************************
 
 
 
     "ผมคิดว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คดีนี้ซับซ้อนขึ้นมาก็คือ คำให้การของคาวาฮาระ เคนซาคุ เจ้าของอพาร์ทเมนต์ที่อาศัยอยู่ที่ชั้น 1 นั่นเอง"
 
     เรย์โกะเริ่มคิดย้อนไปถึงคำให้การของคาวาฮาระ เคนซาคุ เขาให้การว่า เขาสวนทางกับโยชิโมโตะ ฮิโตมิที่กำลังเดินกลับมาที่อพาร์ทเมนต์จากทางสถานีรถไฟตรงหน้าตู้รับจดหมาย และตอนนั้นเป็นเวลาราวๆ 6 โมงเย็น
 
     "ฉันก็ไม่เห็นว่าคำให้การของเขาจะดูน่าสงสัยตรงไหนนี่นา"
 
    "ถ้างั้นผมขอถามอะไรหน่อยนะครับ ตอนที่โยชิโมโตะ ฮิโตมิสวนทางกับคาวาฮาระ เคนซาคุ ทำไมเธอถึงไม่เปิดเช็คดูตู้รับจดหมายของเธอล่ะ ปกติคนที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอก ก็จะเช็คดูตู้จดหมายนี่นา ไม่คิดว่ามันแปลกบ้างเหรอครับ คุณหนู"
 
     "อะ เรื่องนั้น---" เรย์โกะคิดหาคำพูดไม่ทันเพราะโดนถามคำถามที่ไม่เคยเอะใจมาก่อน "ก็เพราะเขาอาจจะลืมเช็คดูเท่านั้นเองก็ได้"
 
     "ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น งั้นผมขอถามอีกข้อนะครับ ตอนที่คาวาฮาระ เคนซาคุทักไปว่า "กลับมาแล้วเหรอ (Okaeri nasai)" ทำไมเธอถึงทำหน้าลำบากใจแล้วตอบแบบอ้อมแอ้มๆไม่ชัดเจนล่ะครับ นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ต้องคิดคำตอบอะไรมากมายเลย แค่ตอบไปว่า "กลับมาแล้วค่ะ (tada ima)" ก็เรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอครับ"
 
     "จริงด้วยสินะ ตัวคาวาฮาระ เคนซาคุเองก็สงสัยเรื่องนี้เหมือนกัน แล้วคาเกยามะคิดว่าเป็นเพราะอะไรเหรอ? ลองบอกมาหน่อยสิ"
 
     "คาวาฮาระ เคนซาคุให้การว่าเขา "สวนทางกับโยชิโมโตะ ฮิโตมิที่กำลังเดินกลับมาที่บ้าน" แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ"
 
     "อะไรนะ! ถ้างั้นคาวาฮาระเดินสวนทางกับใครกันล่ะ"
 
     "ก็กับโยชิโมโตะ ฮิโตมิน่ะสิครับ" พ่อบ้านพูดยืนยันเพื่อให้เรย์โกะสบายใจ "แต่นั่นคงไม่ใช่ "โยชิโมโตะ ฮิโตมิที่กำลังเดินกลับมาที่อพาร์ทเมนต์" แต่เป็น "โยชิโมโตะ ฮิโตมิที่กำลังจะออกไปข้างนอก" ต่างหากล่ะครับ"
 
     "พูดอะไรของนายน่ะ!? โยชิโมโตะ ฮิโตมิเดินกลับมาจากทางสถานีรถไฟ สวนทางกับคาวาฮาระ เคนซาคุ แล้วเดินขึ้นบันไดไปนะ ดูยังไงนี่ก็เป็นตอนที่เธอก็เพิ่งจะกลับมาถึงบ้านนี่นา"
 
     "ก็ไม่จำเป็นหรอกครับ คุณหนู การกลับมาที่บ้านไม่ได้หมายความว่าเขาเพิ่งจะกลับบ้านเสมอไปหรอกครับ มีหลายกรณีที่คนกลับมาที่บ้านเพื่อออกไปข้างนอกนะครับ"
 
     "กลับมาที่บ้านเพื่อออกไปข้างนอกงั้นเหรอ..." ฟังดูเหมือนเป็นการเล่นคำกำกวมยังไงก็ไม่รู้ "หมายความว่ายังไงน่ะ?"
 
     "อย่างเช่นพนักงานที่กำลังจะไปทำงานที่บริษัท แต่พอไปถึงสถานีก็เพิ่งนึกได้ว่าลืมเอาตั๋วมา เลยต้องรีบกลับบ้านไปเอา หรืออย่างนักเรียนที่นึกได้ว่าลืมเอาหนังสือเรียนมา ก็ต้องกลับบ้านเหมือนกัน หรืออย่างซาซาเอะซัง (ตัวละครในการ์ตูนเก่าแก่ที่นี่ ดังนะคะ แต่ไม่ดังที่ไทยเท่านั้นเอง) ที่ตั้งใจจะเข้าเมืองไปซื้อของ แต่ลืมเอากระเป๋าสตางค์ไปก็เลยต้องกลับบ้าน มีหลายกรณีที่คนเราต้องกลับบ้านเพื่อจะออกไปข้างนอกนะครับ เรื่องของโยชิโมโตะ ฮิโตมิเองก็คงเป็นกรณีนี้เหมือนกัน ถ้าคิดได้เช่นนี้ เราก็จะสามารถตอบข้อสงสัย 2 ข้อเมื่อกี้ได้น่ะครับ"
 
     "---อ๋อ" แบบนี้นี่เอง คนที่กำลังจะออกไปข้างนอก ก็คงไม่ค่อยสนใจจะเช็คตู้รับจดหมายซักเท่าไหร่ แล้วถึงจะถูกทักว่า "กลับมาแล้วเหรอ" แต่ก็คงตอบไปว่า "กลับมาแล้วค่ะ" ไม่ได้ ก็เลยต้องตอบอะไรอ้อมแอ้มไปแทนสินะ "จะว่าไป ก็จริงอย่างที่นายว่าจริงๆด้วยนะ"
 
     "สมกับที่เป็นคุณหนูจริงๆ ทำความเข้าใจได้เร็วดีนะครับ" คาเกยามะแสดงความเคารพด้วยการโค้งน้อยๆ 1 ที "ถ้าเช่นนั้น คุณหนูคงจะรู้แล้วสินะครับ ว่าใครเป็นเจ้าของเสียงวิ่ง ตึงๆๆๆๆ ที่อยู่ในคำให้การของโมริทานิ ยาซึโอะ นักศึกษาที่พักอยู่บนชั้น 2 ของอพาร์ทเมนต์"
 
     "เอ่อ... มันคงไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนร้ายสินะ"
 
     "ครับ นั่นไม่ใช่เสียงคนร้ายวิ่งหนี แต่เป็นเสียงฝีเท้าของโยชิโมโตะ ฮิโตมิที่ใส่รองเท้าบู๊ต และกำลังรีบร้อนวิ่งลงบันไดจะออกไปข้างนอกต่างหากล่ะครับ"
 
     "!" เรย์โกะอึ้งไปพักนึงก่อนจะโกหกหน้าตายว่า "ใช่แล้วล่ะ ฉันก็รู้อยู่แล้วล่ะ" เพื่อรักษาหน้าไว้ "นะ นั่นสินะ คนร้ายคงไม่อยากทำเสียงดังเรียกร้องความสนใจขนาดนี้ระหว่างกำลังหนีออกจากสถานที่เกิดเหตุหรอก ถ้าสันนิษฐานว่าเสียงที่นักศึกษาคนนั้นได้ยิน เป็นเสียงวิ่งลงบันไดของโยชิโมโตะ ฮิโตมิเอง คงจะมีเหตุมีผลมากกว่า แบบนี้ก็แปลว่า---"
 
     แล้วเรย์โกะก็เริ่มเรียบเรียงเงื่อนงำที่คลี่คลายได้ทั้งหมด ณ จุดนั้น
 
     "เมื่อวันเสาร์ตอนราวๆ 6 โมงเย็น โยชิโมโตะ ฮิโตมิไม่ได้กำลังจะกลับบ้าน แต่กำลังจะออกไปข้างนอกต่างหาก แต่เมื่อเธอกำลังเดินไปทางสถานี เธอก็นึกได้ว่าเธอลืมอะไรบางอย่างไว้เลยต้องรีบกลับมาที่บ้านสินะ แต่ถ้าเรื่องเป็นแบบนี้จริง เธอลืมอะไรไว้กันแน่นะ?"
 
     "เรื่องนั้น ผมเองก็ตอบไม่ได้หรอกครับ"
 
     ที่พ่อบ้านจะไม่รู้ก็ไม่แปลกอะไรหรอก ปกติผู้ตายพกอะไรติดตัวบ้าง แล้ววันนั้นเธอลืมเอาอะไรไปบ้าง  แม้แต่เรย์โกะเองก็ยังไม่มีข้อมูลต่างๆที่จำเป็นต่อการสันนิษฐานนี้เลย ตำรวจเจอกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของผู้ตาย ดังนั้นของที่เธอลืมไว้ก็คงจะเป็นอย่างอื่น--- ในขณะที่เรย์โกะกำลังครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่ พ่อบ้านก็เอ่ยคำพูดที่คาดไม่ถึงอีกแล้ว
 
     "แต่เท่าที่ฟังเรื่องราวตามที่คุณหนูได้เล่ามา ผมก็สังเกตุเห็นบางอย่างที่โยชิโมโตะ ฮิโตมิได้ลืมไว้แน่ๆ ผมคิดว่าเธอคงรีบกลับไปที่บ้านเพราะสิ่งนั้นแหละครับ"
 
     "เอ๊ะ อะไรเหรอ นายพูดเรื่องอะไรน่ะ?" เรย์โกะประหลาดใจอย่างมาก มีตอนไหนในเรื่องที่เธอเล่า ที่เกี่ยวกับของที่โยชิโมโตะ ฮิโตมิลืมไว้ด้วยเหรอ แม้แต่ตัวเรย์โกะเองยังไม่เอะใจเลย "ของที่เธอลืมไว้ อยู่ที่ไหนกันล่ะ?"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ฮู้วววววววววววววววววววว เหนื่อยอีกแล้วววววววววววววววววว
 
ข้อความหายไปรอบนึงตอนจะอัพ เลยต้องแปล 2 รอบเลยวันนี้ T_T
 
 
 
 
ไหนๆก็อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เมนต์หน่อยนะคะ อยากได้กำลังใจง่ะ
 
แต่คงมีคนตามอ่านน้อยๆจริง ทุกทีมีเมนต์ไม่ถึง 10 ง่ะ -.-
 
 
 
 
เอ้า ถ้ายังเดาคนร้ายไม่ได้
 
ก็ลองเดาซิว่า โยชิโมโตะ ฮิโตมิ ลืมอะไรไว้
 
 
 
หึหึหึ (หัวเราะปากเบี้ยวๆแบบโคนัน...)
 
 
 
 
 
 
คราวหน้าไขคดีแล้ววววว ตื่นเต้นม้ายยยยยยยยยยยยยยยย
 
 
 
 
ล่วงเลยมาอีกพักใหญ่ แล้วก็ได้เวลากลับมาเจอคุณหนูเรย์โกะอีกแล้ว
 
ค่อยๆมาทีละดุ้น 555
 
 
 
 (ทำไมรู้สึกเหมือนยาเสพย์ติดเลยวุ้ย ค่อยๆให้ทีละน้อย - -)
 
ไม่ได้ตั้งใจกั๊กนะคะ มีแรงแปลแต่ละที ได้เท่าที่เห็นที่แหละค่ะ มันใช้พลังสมองน่าดูอยู่เหมือนกัน ><
 
 
 
สำหรับคนที่เพิ่งมา ย้อนกลับไปอ่านได้ตรงนี้
 
 
 
 
แนะนำตัวละครตรงนี้
 
"โฮโช เรย์โกะ" นักสืบหน้าใหม่ ลูกน้องสารวัตร
 
"สารวัตรคาซามัทสึริ" คุณชายที่จับพลัดจับผลูมาเป็นตำรวจ
 
"ทาชิโร่ ยูยะ" แฟนเก่าผู้ตาย
  
"โยชิโมโตะ ฮิโตมิ" ผู้ตาย
 
"สึกิมุระ เอริ" เพื่อนข้างห้องผู้ตาย
 
"คาวาฮาระ เคนซาคุ" พยานเบอร์1 เจ้าของตึกอพาร์ทเมนต์ ที่สวนกับผู้ตาย
 
"โมริทานิ ยาซึโอะ" พยานเบอร์2 นักศึกษาอยู่ชั้น2 ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าคนร้าย
 
 
 
 
 
 
 "บทที่ 1-4: กรุณาถอดรองเท้าเวลาเข้าฉากฆาตกรรมด้วยนะครับ"
 
    
 
     หลังจากที่สารวัตรคาซามัทสึริกับโฮโช เรย์โกะคุยกับทาชิโร่ ยูยะเสร็จ ตำรวจทั้งสองก็ไปพบกับเพื่อนที่ไปตกปลาด้วยกันกับทาชิโร่ ยูยะ เพื่อยืนยันคำให้การของเขา และก็ได้บทสรุปว่า คำให้การของทาชิโร่ ยูยะสมบูรณ์แบบจริงๆ
 
     เมื่อกลับไปถึงกรมตำรวจคุนิตาจิตอนที่ฟ้าได้มืดสนิทแล้ว ตำรวจทั้งสองก็ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้แล้วเงียบอยู่อย่างนั้น ทั้งคู่ไม่มีแรงเหลือพอที่จะมาถกเถียงคดีกันอีกแล้ว แต่ในที่สุด เสียงอันอ่อนโรยของสารวัตรคาซามัทสึริก็แทรกผ่านบรรยากาศหนักอึ้งนั่นขึ้นมา
 
     "เฮ้อ ตกลงวันนี้เราก็รู้แค่ว่านายทาชิโร่ ยูยะที่ดูท่าทางน่าสงสัยที่สุดนั่น ไม่ใช่คนร้ายแน่นอนสินะ แบบนี้พรุ่งนี้เราก็ต้องกลับไปเริ่มต้นสืบคดีกันใหม่ตั้งแต่แรกล่ะสิ... อ้อ โฮโชคุง" สารวัตรคลายปมเนคไทออก พร้อมทั้งหันไปทางเรย์โกะ
 
     "วันนี้เธอกลับบ้านได้แล้วล่ะ เมื่อวานนี้เธอก็ค้างที่กรมนี่ไม่ใช่เหรอ ทำงานมากไปเดี๋ยวผิวเสียนะจ๊ะ คุณหนู"
 
     "ค่ะ..." ถึงจะดีใจที่สารวัตรยังอุตส่าห์เป็นห่วง แต่ก็ยังไม่ชอบให้มาล้อกันว่า "คุณหนู" อยู่ดี อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เรย์โกะก็ไม่มีแรงจะมาต่อล้อต่อเถียงกับสารวัตรอีกแล้ว เรย์โกะคงเหนื่อยมากแล้วจริงๆนั่นแหละ
 
     "งั้นวันนี้ก็ขอตัวกลับก่อนละนะคะ"
 
     "อืม งั้นเดี๋ยวผมเอารถจากัวร์ผมไปส่ง..."
 
     "ไม่ต้องหรอกค่ะ!"
 
     เสียงของเรย์โกะที่ปฏิเสธอย่างแข็งขัน  ทำให้สารวัตรคาซามัทสึริที่กำลังจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ ล้มตีลังกาไปข้างหลังพร้อมทั้งเก้าอี้เลย
 
 
****************************
 
 
 
     โฮโช เรย์โกะเดินออกมาจากกรมตำรวจคุนิตาจิคนเดียว ถึงแม้ว่าคุนิตาจิจะเป็นเมืองสุดเก๋ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสงบเรียบร้อย และเป็นเมืองที่อยู่ติดกับรถไฟสายกลางโตเกียว(สายจูโอ)ที่น่าอยู่เมืองหนึ่งเลยทีเดียวก็ตาม (ขอสารภาพว่า เมืองที่อิฮั้นอยู่ก็เมืองนี้แหละ บังเอิญจริ๊งงงงง) หน่วยงานราชการต่างๆอย่างเช่นที่ว่าการเขต กลับไปอยู่ติดสายรถไฟนัมบุซะนี่ ดังนั้น การจะถือว่าเมืองนี้อยู่ติดรถไฟสายนัมบุก็คงไม่ผิดนัก เพียงแต่ชาวเมืองคุนิตาจิคงไม่ค่อยชอบใจซักเท่าไหร่ (สายนัมบุเป็นสายบ้านนอกมากค่ะ... ใครบังเอิญอยู่แถวนั้น ต้องขออภัยด้วย ><) มันก็เป็นแค่ปัญหาเรื่องภาพพจน์แหละ แต่ เอ้อ เรื่องนั้นช่างมันเถอะ...
 
     เรย์โกะชำเลืองมองตึกที่ว่าการเขตด้วยหางตา แล้วเดินต่อไปทางสถานียะโฮ(เป็นสถานีสายนัมบุ) สายลมเย็นๆที่บ่งบอกถึงตัวตนของฤดูใบไม้ร่วงทำให้ร่างกายที่เหนื่อยล้ารู้สึกดีเหลือเกิน แต่ในหัวของเรย์โกะกลับเต็มไปด้วยเรื่องของคดีที่ยังไขไม่ออกคดีนี้ ถ้าทาชิโร่ ยูยะไม่ใช่คนร้าย คดีฆาตกรรมโยชิโมโตะ ฮิโตมิครั้งนี้ อาจจะยากเกินคาดก็ได้ เรายังไม่รู้เหตุจูงใจในการฆ่าเลย ลำดับวิธีในการฆ่าก็ยังไม่แน่ชัด แถมคนที่เป็นหัวหน้าการสืบสวนครั้งนี้ยังเป็นสารวัตรคาซามัทสึริอีก ลางสังหรณ์บอกว่าคดีนี้คงได้หลงทางกันอีกไกลแน่...
 
     ไม่ได้จะบอกว่าสารวัตรคาซามัทสึริไร้ความสามารถหรอกนะ ก็เขาได้เป็นถึงสารวัตรทั้งที่อายุยังน้อยเลยนี่ เพียงแต่ถ้าเขายอมรับฟังความเห็นของลูกน้องมากกว่านี้อีกหน่อยก็คงดี แล้วก็อยากให้เลิกอวดของแพงๆที่ตัวเองซื้อมาด้วย รวมทั้งถ้าเขาเลิกนิสัยชอบพูดหรือทำอะไรที่กึ่งๆละลาบละล้วงผู้หญิงได้ยิ่งดีใหญ่เลย แหม ก็การจะมาล้อเล่น เรียกผู้หญิงที่โตจนทำงานแล้วว่า "คุณหนู" เนี่ย มันเสียมารยาทออกนะ! นายเป็นเจ้าคุณปู่แสนสุภาพมากจากไหนรึไงกัน!
 
     "ฮึ้ย!" เรย์โกะเตะหินก้อนเล็กๆริมทางไปสุดแรงด้วยความหงุดหงิด แล้วหินก้อนนั้นก็ลอยไปชนประตูรถที่จอดอยู่ข้างทางเข้าอย่างจัง รถนอกสีดำซะด้วย ดูท่าทางรถลีมูซีนคันนี้คงยาวไม่ต่ำกว่า 7 เมตรแน่ เสียงทึบๆของก้อนหินที่ไปกระทบประตูรถดังก้องไปทั่ว เรย์โกะปิดปากตัวเองด้วยมือทั้งสองทันที "หวา แย่ละ!"
 
     ประตูรถทางด้านคนขับเปิดออกทันที ผู้ชายร่างสูงเพรียวคนหนึ่งปรากฏตัวออกมาจากในรถ ดูท่าทางคงจะอายุ 30 กว่าๆ ร่างที่ใส่สูทสีเข้มคล้ายชุดไว้ทุกข์นั้น จะดูว่าเหมือนผู้ดีฐานะสูงก็ใช่ จะบอกว่าคล้ายคนเรียกแขกเข้าคาบาเร่ต์ คลับ ก็ไม่ผิด (คนที่นี่ใส่สูทเรียกแขกเข้าร้านค่ะ - - อย่าสงสัยไป) ชายคนนั้นมองไปทางเรย์โกะผ่านแว่นกรอบสีเงินด้วยสายตาแหลมคมแวบหนึ่ง แล้วก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งข้างประตูรถเพื่อตรวจดูความเสียหายโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้ซักนิด
 
     "ขอโทษนะคะ" เรย์โกะค่อยๆเดินไปหาผู้ชายคนนั้นแล้วก้มหัวขอโทษไว้ก่อน "ค่าซ่อมนี่น่าจะซักเท่าไหร่กันนะ?"
 
     "ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ อย่างมากก็คงแค่ 7-8 แสนเท่านั้นเองครับ" ผู้ชายคนนั้นยืนขึ้นอย่างเงียบๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาหันไปทางเรย์โกะแล้วทำความเคารพอย่างนอบน้อม "แค่รอยถลอกเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเองครับ คุณหนู"
 
     "งั้นเหรอ เป็นโชคดีในโชคร้ายทั้งหมดนี่สินะ" เรย์โกะถอนหายใจเบาๆ แล้วมองไปที่ลีมูซีนสีดำคันนั้น "โชคดีนะที่ไม่ใช่รถของคนอื่นเขา... เออ นี่ คาเกยามะ" เรย์โกะหันไปหาชายในชุดสูทสีเข้มนั้นอีกที "เธอออกมารอรับฉันเหรอเนี่ย?"
 
     "ใช่แล้วครับ ผมกะว่าคุณหนูคงจะเลิกงานประมาณเวลานี้พอดี"
 
     "เซนส์ดีนี่นา เธอน่าจะเป็นตำรวจได้นะ"
 
     "ไม่หรอกครับ" ชายที่ถูกเรียกว่า คาเกยามะ ส่ายหัวอย่างจริงจัง "ผมเป็นแค่พ่อบ้านที่ควบหน้าที่คนขับรถของตระกูลโฮโชเท่านั้น ผมไม่บังอาจเอาตัวเองไปเทียบกับคุณหนูสูงผู้ศักดิ์ที่เพียบพร้อมไปด้วยความสามารถหรอกครับ เรื่องตำรวจอะไรนี่..."
 
     "ยังยอเก่งเหมือนเดิมนะ" เรย์โกะพูดยิ้มๆปนหยอกล้อ
 
     "ผมไม่กล้าพูดอะไรเล่นๆหรอกครับ" คาเกยามะยกมือขึ้นขยับแว่นตาและแสดงทีท่าลำบากใจ "ยังไงก็เชิญขึ้นรถก่อนเถอะครับ คุณหนู"
 
     คาเกยามะช่วยพาเรย์โกะขึ้นรถลีมูซีนด้วยการเคลื่อนไหวอันคล่องแคล่วสมกับเป็นพ่อบ้าน ในขณะที่เรย์โกะเองก็ควรที่จะขึ้นรถไปพร้อมกล่าวขอบคุณด้วยท่าทีอันสง่างามให้เหมาะสมกับคนที่เป็นถึงคุณหนูแห่งตระกูลโฮโช แต่ความเหนื่อยจากการทำงานตั้งเมื่อวานของเธอมาถึงที่สุดแล้ว เรย์โกะก้มหัวเข้าไปในรถ แล้วพุ่งตัวล้มลงไปนอนตรงเบาะทันที ฉันไม่อยากขยับแม้แต่ก้าวเดียวอีกแล้ว "นี่ คาเกยามะ ฉันขอหลับตรงนี้ซักงีบนะ เธอขับรถไปเรื่อยๆซักชั่วโมงละกัน"
 
     "รับทราบครับ" คาเกยามะตอบรับคำสั่งสุดเอาแต่ใจของเรย์โกะจากที่นั่งคนขับ
 
     ถึงแม้ว่าเรย์โกะจะยืดตัวเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังมีพื้นที่เหลืออยู่บนเบาะรูปตัว L นั้น หลังจากนั้นไม่นาน เรย์โกะก็หลับไปราวกับถูกกล่อมด้วยการกระเทือนเบาๆจากลีมูซีนที่วิ่งอยู่ คาเกยามะขับรถไปอย่างช้าๆจนครบชั่วโมงตามคำสั่งของเรย์โกะ ก่อนจะวกรถขับกลับไปยังคฤหาสน์สุดหรูที่อยู่ในเมืองคุนิตาจิ มันคือคฤหาสน์โฮโชนั่นเอง
 
     ใช่แล้ว ตำรวจหญิงแห่งกรมตำรวจคุนิตาจิ โฮโช เรย์โกะ นั้น ไม่ได้เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆที่ใครๆจะมาเรียกเล่นๆว่า "คุณหนู" ได้หรอก เพราะเธอเป็น "คุณหนูผู้ร่ำรวยแห่งตระกูลโฮโช" ตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ
 
 
********************************
 
 
 
    
 
 
 
 
 
 
 
โฮกกกกกกกกกกกกก เหนื่อยจัง (เสียงคำราม 555)
 
 
 
 
ต่อไปจะเริ่มสนุกขึ้นละค่ะ
 
จะเป็นตอนที่เรย์โกะคุยกับคาเกยามะ
 
 
แล้วก็เข้าสู่ช่วงไขคดีละ! ... ก็บอกแล้วว่า รายละเอียด ข้อมูลอะไรก็ออกไปหมดแล้ว
 
หาคนร้ายเจอยัง? อิอิ
 
 
 
 
เหมือนเดิมนะคะ เมนท์ซักนิด ไม่ต้องให้ดาวก็ได้
 
แค่อยากรู้ว่ามีใครยังตามอ่านอยู่มั่ง (ไม่อยากนั่งแปลให้ผีอ่านง่ะ o_O)
 
แล้วก็อยากรู้ว่าแปลแล้วภาษาแปลกมั้ยอะค่ะ แบบว่าแถวๆนี้ ไม่ค่อยมีที่ให้ใช้ภาษาไทย - -
 
 
 
 
ใครอยากเดาคนร้ายก็เชิญเลยเหมือนกัน (แล้วอิฮั้นจะนั่งหัวเราะ หึหึ เหมือนอิตาโคนันหลังฉาก)
 
 
 
 
 
 
 
หึ...             (เอ๊ะ นี่มันเทนไซแมน? ...รู้จักกันมั้ยนิ) 555
 
 
อีก 2-3 ครั้งก็จบบทละค่ะ รออีกนี้สสสสสส >w<