เห็นว่ามุขป้าคราวที่แล้ว มีบางคนไม่เก๊ท
 
หรือแอบเก๊ทเล็กๆในใจ แต่ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่
 
 
 
 
ขอเฉลยมุขละกันนะ
 
(สารภาพว่าตอนแรกที่ปาป๊ามาเล่าให้ฟัง อิฮั้นก็ไม่เก๊ทเหมือนกัน 555+)
 
 
 
 
"แฟน........ชาย"
 
 ก็คือ "แฟรนไชส์"
 
 
 
มีที่มาหรูหราจากคำว่า franchise ที่แปลว่าร้านสาขา
 
 
 
สรุปคือป้าไปขอลิขสิทธิ์ร้านก๋วยเตี๋ยวมาทำเป็นร้านสาขาย่อย จากผู้ชายในรูปค่ะ
 
โดนหลอกกันถ้วนหน้าเลย แล้วยังไม่รู้อีกว่าโดนหลอกตรงไหน เหอๆๆๆ
 
 
 
 
 
 
มาๆ เล่าต่อจากเมื่อวานซืนที่อิฮั้นไปนินเทนโดมา (สรุปว่าไปขึ้นรถทันพอดี ลุ้นแทบวายชีวา *-*)
 
ฟังๆที่พนง.รุ่นพี่มาเล่าเรื่องแล้วดูน่าตื่นเต้นดีนะ
 
 
 
ในที่สุดอิฮั้นก็จะจบชีวิตนักเรียนร่าเริงแสนสบายสุดลัลล้า
 
 
 
 
 
มาเป็นคนทำงานที่ต้องมีหน้าที่ความรับผิดชอบมากมาย...
 
หนีงานก็ไม่ได้...
 
ปิดเทอมก็ไม่มี...
 
 
 
 
 
แต่มีตัง...
 
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก
 
 
 
(ข้อนี้สำคัญค่ะ เพราะนินเทนโดมือหนักมาก
 
เงินเดือนหลายแสน โบนัสทีเป็นล้าน....เยนนะ เหอๆ *0*)
 
 
และยังคงมีความลัลล้าแน่นอน กิ๊ซซซซซซซซซ >w<
 
 
 
 
 
เริ่มงานเมษาปีหน้าค่ะ ถ้ามีอะไรแปลกๆ(ที่ไม่ใช่ความลับบริษัท)
 
จะแอบเอามากระซิบเล่าสู่กันฟังนะคะ
 
 
 
 
วันนี้ขอบอกคร่าวๆแค่ว่า ปีนี้(คือที่จะเข้าทำงานเมษาหน้านี้) มีพนักงานใหม่ทั้งหมด 124 คน
 
กะคร่าวๆ เป็นผู้ชายราวๆ 80%
 
 
หล่อๆ สูงๆ การศึกษาดี มีอนาคต เพียบ
  
 
เสร็จโก๋ละ~ เด๋วจะลากมาลัลล้าด้วยกันซะเรยยยย 555555+
 
(เวร อินี่ได้แรงบันดาลใจในการทำงานจากตรงนี้เองสินะ เหอๆ)
 
 
 
 
และมีสิ่งนึงที่ยังเหมือนตอนเป็นนักเรียนคือ...
 
เรายังมีเครื่องแบบ *0*
 
 
 
 
 
เมื่อวานไปลองไซส์ สั่งชุดไปแล้วค่ะ (แน่นอนว่านินเทนโดจ่ายอีก 555)
 
ไว้อารมณ์กรุ้มกริ่มได้ที่เมื่อไหร่ จะวาดมาให้โมเอ้กันบ้างนะ อิอิ
 
 
 
 
 
 
 
 
ไหนๆก็พูดถึงเรื่องทำงานพอดี
 
เอาเรื่องใกล้ตัวไปอ่านแก้ขัดก่อนละกันค่ะ
 
 
 
 เป็น "งาน" ที่อิฮั้นได้รับมอบหมายตอนปิดเทอมที่ผ่านมานี้...
 
 
 
 
 
 
 
แหะๆ ไอ้เราก็นึกว่าย่อไปได้ใจความดีแล้วเชียวนะ
 
แต่ พี่พนง.ทำหน้าเหวอมาก 55555+
 
 
 
 
แต่คนญี่ปุ่นมักจะเป็นพวกที่ชอบพูดอะไรยา-----ว ยา------------------------------ว จริงๆ
 
แค่คำศัพท์เค้าก็ยาวแล้ว
 
 
เอามารวมกันเป็นประโยคยิ่งยา-----------------วใหญ่
 
 
แถมใส่เรื่องมารยาทนู่นนี่เข้าไปอีก → คนญี่ปุ่นไม่ชอบพูดอะไรตรงๆผ่าซากแมว
 
และเป็นชาติที่รักในการขอโทษมาก
 
 
ขอโทษที่อยู่ดีๆก็ส่งเมล์ไป (คงต้องส่งกุมารทองไปบอกกล่าวให้เค้าเตรียมตัวก่อน)
 
ขอโทษที่มากันหลายคน (เค้าไม่ได้ตั้งใจจะมาบุกนะ แต่เค้าแค่มีสปิริต ทีมเวิร์ค)
  
 ขอโทษที่ต้องเอาเรื่องนี้มาคุยกัน (ถ้าไม่คุยกันแล้วจะแก้ปัญหายังไง?)
 
 
 
อีกซักพักก็คงมี...
 
ขอโทษที่ใส่เนคไทสีจืดไป (ไม่แจ่มจรัสโสตประสาท)
 
ขอโทษที่ใส่นาฬิกามาด้วย (เด๋วคุณเห็นแล้วจะเกิดอาการเร่งรีบร้อนใจ)
 
ขอโทษที่หายใจ (แย่งออกซิเจนคุณใช่มะ)
 
ขอโทษที่มีตัวตนอยู่ (ทำให้คุณต้องมาฟังคำขอโทษแบบนี้)
 
 
เหอๆๆๆ...
 
 
 
 
กว่าจะได้เรื่องอะไรทีนี่ แทบจะอ้อมโลกซัก3ครั้ง
 
ไปลงทวีปแอฟริกาแล้วพายเรือหนีปิรันย่ากลับมาเจแป๋นเลยทีเดียว
 
 
 
 
 
ที่คุณคนนั้นเค้าพูดให้อิฮั้นฟัง ก็ราวๆนี้แหละ
 
 
เริ่มจาก "ขอโทษนะครับ แต่ผมขอทวนหน่อยว่า...
  
ปัญหาที่คุณว่า คือเรื่องแบบนี้ๆๆๆใช่มั้ย" *-*
 
(อิฮั้นเหวอไปแล้ว...ครือ...คุณลุงคะ แล้วตั้งแต่แรกเราคุยเรื่องอะไรกันเหรอคะ???)
 
 
 
โอวววววว แล้วเค้าก็ร่ายยาวววววว สรุปปัญหาทั้งหมดที่เราประชุมกันมา
 
จากนั้นก็ร่ายยาวววววววววววว ถึงสถานการณ์ที่บริษัทเค้าที่ญี่ปุ่น
 
 
 
กว่าจะมาสรุปประโยคสุดท้ายให้อิฮั้นว่า
 
"ผมว่า เรื่องนี้ มันคงแก้ไขยากอยู่นะครับ"
 
 
 
 
..........
 
 
.............................
 
 
 
 
 
 
 
คุณผู้อ่านทั้งหลายเริ่มรู้สึกรึยังคะว่า
 
ที่อิฮั้นแปลไป มันจับใจความสำคัญได้ดีแค่ไหน 55555+