ไหนๆก็มีคนขอมา บอกว่าอยากฟังเรื่องยุวพุทธต่อ
 
เลยแถมมาอีกตอนค่ะ
 
 
 
2 ตอนจบพอเนอะ
 
เจอธรรมะเยอะไปเด๋วคนอ่าน(คนเขียนด้วย)จะสำลัก เหอๆ
 
 
 
 
 
 
 
คืองี้ค่ะ
 
ที่ๆอิฮั้นไปเข้าค่ายเนี่ย มีตึกมีห้องที่ถือว่าดีเลย
 
มีแอร์เย็นสบาย มีห้องน้ำสะอาดๆ มีเตียงนุ่มๆ
 
 
เพียงแต่เป็นเตียง 2 ชั้นนะคะ
 
และได้ยินว่าห้องนึงก็อยู่กันเกือบ 70 คน *0* (ไม่เคยนับ แต่คำนวนคร่าวๆก็น่าจะได้อยู่)
 
 
 
... แต่มันก็ไม่เบียดเสียดแออัดบัดซบอย่างที่คิดหรอกนะคะ
 
จะมีก็เรื่องแย่งห้องน้ำตอนอาบน้ำกันนิดหน่อย แต่ก็พอไหวน่ะ - -
 
 
 
 
 
 
 
ทุกคนจะมีพื้นที่ส่วนตัวแค่บริเวณเตียงของตัวเอง
 
ใครเอาไรมา ก็โปะๆไว้ หัวเตียงมั่ง ปลายเตียงมั่ง
 
 
เตียงอิฮั้นก็เลยมีทั้ง ยางมัดผม ที่หนีบผม ขวดน้ำ สำลี โลชั่นทามือ เสื้อกันหนาว ถุงเท้าไก่ ฯลฯฯฯ
 
 
 
 
 
แล้วพอมานอนด้วยกันเยอะๆแบบนี้
 
อิฮั้นก็ชอบไปอยากรู้อยากเห็น(เจือกจึ๋งๆ)
 
 
เลยชอบมองไปรอบๆห้อง กวาดตามองไป เผื่อเจออะไรกระตุ้นเซลล์สมองบ้าง
 
 
 
 
(แบบว่า มือใหม่ หัดทำสมาธิง่ะ
 
วันๆจะให้แต่สำรวมนี่ก็ไม่ไหวอะนะ - -)
 
 
 
 
 
 
 
 
พอมองไปรอบๆห้อง ก็เห็นเตียงวางๆๆๆๆๆๆเรียงกันเป็นตับ(ทำไมต้องเป็นตับ? ตับปลาเหรอ??)
 
แล้วก็เลยเจอ...
 
 
 
 
 
 
เตียงของป้าที่ท่าทางสงบนิ่ง จิตใจเยือกเย็นใสสะอาดคนนั้น
 
มี "ผ้าห่มลายเสือดาว" วางแหมะอยู่อย่างไม่เกรงใจใครทั้งสิ้น!! *0*
 
 
 
  โอวววว ต้องยอมยกให้เลยค่ะ
 
เด็กสาวๆอย่างเรา เอามาได้แค่หมอนแมว หมอนหมี
 
 
ใครเล้ยยยย จะสู้ความเก๋าของป้าด้ายยยยย 555+
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ไหนๆก็ไหนๆ เอาอีกเรื่องละกันนะ
 
 
 
 
 
 
คือคาดว่า หลายๆคนในนี้คงไม่รู้ว่า "เดินจงกรม" เค้าทำกันยังไง
 
 
สารภาพว่าตอนแรกอิฮั้นก็ไม่รู้ และไม่เคยสนด้วย
 
แต่พอเข้าค่ายนี้ ก็เลยต้องมาเดินวันละแสนแปดหมื่นเก้าร้อยรอบต่อวัน
 
 
 
 
 
 
.......โอ้วววววววววววว อินี่แทบจะสำลักความเบื่อตายคาสมาธิจริงๆ
 
คือมันเป็นการเดิน เพื่อฝึกให้มีสติ ให้รู้ตัวอยู่กับปัจจุบัน
 
 
งงมะ? เอ้า ลองดูๆ
 
 
 
คือเค้าจะให้คุณค่อยๆเดิน แต่ต้องนึกไปด้วยว่าตอนนี้เราทำกริยาอะไรอยู่
 
เช่น...
 
 
 
 
 
ยกส้~~~~~น
 
(ต้องออกเสียง ลากเสียงยาวววววว ยาววววววว และยกได้แค่ส้นเท่านั้น
 
อย่าอุตริเอาขึ้นมาทั้งเท้านะ มันเป็นคนละท่าทางกัน) ยกเสร็จค้างไว้5วิ 
 
 
 
 
ยกเท้~~~~~า
 
(แล้วค้าง5วิ)
 
 
 
 
 
ก้า~~~~~ว
 
(ใช่แล้ว เมื่อกี้เพิ่งจะแค่ยกเท้าขึ้นมาตรงๆ ตอนนี้ถึงเวลาแกว่งเท้าไปข้างหน้าได้ละ...
 
เสร็จแล้วค้างอีก5วิ)
 
 
 
 
 
 
แตะ
 
(คือการเอาปลายเท้าแตะพื้น ย้ำว่าแค่ปลายนะ อย่าบังอาจเอาทั้งเท้าลงไปเชียว เด๋วแม่ตีตายยยย)
 
... อ้อ ค้างเหมือนกัน 5 วิ
 
 
 
 
 
เหยีย~~~~~บ
 
(นี่ไง คิวเหยียบ ก็เหยียบลงไปทั้งเท้า คลายตะคริวน่องซักหน่อย... ยกค้างไว้ตั้งนาน)
 
 
 
 
 
 
โอ้ววววววว เหมือนโลกนี้เวลาหยุดนิ่งไปจริงๆค่ะ
 
1 นาทีนี่ ผ่านไปช้ามากกกกกกก
 
 
 
 
พอเดินยังงี้ไปได้ซัก 4-5 ก้าว
 
ผู้นำเดินก็จะพูดใส่ไมค์ว่า "หยุด"
 
 
คือการให้เราหยุดเดิน... ให้เราเอา2เท้ามาวางด้วยกัน ไม่ให้มีการล้ำหน้ากันเกิดขึ้น
 
 
 
 
 
แต่มันยังไม่จบแค่นี้ค่ะ อย่าเพิ่งดีใจไปเลยต๋อย
 
เพราะเค้าจะพูดต่อว่า "กลับ" เพื่อให้เรากลับหลังหัน เดินต่ออีก 4-5 ก้าว
 
 
 
แล้วก็วนไปเรื่อยๆ และเรื่อยๆ เรื่อยๆๆๆๆๆ.....
 
 เป็นการเดินที่เหมือนไม่ใช่เดิน
 
 
เพราะระยะทางจริงๆมันแค่4-5ก้าว
 
แต่ใช้เวลาเกินครึ่งชม.อะ *-*
 
 
 
 
 
 
  ระหว่างเดินก็ต้องสำรวม ไม่มีการคุย ไม่มีการส่งเสียง ไม่มีการขยุกขยิก ริกรี้ ชี้นิ้ว อะไรไม่ได้ทั้งนั้น
 
 
แต่อิฮั้นก็ได้เจอป้าเก๋าอีกคนแล้ว...
 
 
 
 
 
 คือในเสี้ยววินาทีที่ป้าเค้ากำลังจะก้าวไปข้างหน้า
 
ผู้นำก็บอกให้ "หยุด"
 
 
 
  
ป้าก็จะชักขากลับ แต่ไปชนกับแรงโมเมนตัมตัวเอง
 
เลยเกิดอาการเซ