มีเรื่องงานพิเศษมาเล่าอีกแล้ว (ที่ญี่ปุ่นมีทางหาตังเย้อ~ อิอิ)
 
 
ไม่ใช่งานขายมือถือ
 
และไม่ใช่งานสอนภาษาไทย
 
 
เป็นงานใหม่อีกงานค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
ทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่า คนญี่ปุ่นไม่ค่อยเก่งปะกิด (โดยเฉลี่ยนะคะ มิใช่ทุกคน)
 
โดยส่วนตัว อิฮั้นคิดว่า เป็นเพราะเค้าเริ่มเรียนวิชานี้ช้าไป
 
 
โรงเรียนรัฐของญี่ปุ่น จะเริ่มสอนวิชาภาษาอังกฤษตอนม.1
 
 
 
 
อ๊ากกกกกกก เด็กม.1ไทยท่อง พาสเทนส์ พาส ฟิวเจอร์ สุดเพอร์เฟ็คเทนส์ ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
 
เด็กยุ่นยังเพิ่งมาเริ่มท่อง a b c อยู่เรยยย.....
 
 
 
ต้องเห็นใจเค้าจริงๆค่ะ
 
 
 
 
 
 
แต่เมื่อปีที่แล้วนี่เอง เพิ่งมีการบัญญัติหลักสูตรใหม่
 
 
บังคับให้ทุกโรงเรียนต้องสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ประถม *0*
 
(แต่พี่ไทยเริ่มตั้งกะอนุบาลละค่ะ ตามไม่ทันอยู่ดี 555)
 
 
 
 
 
 
แต่ก็แค่อาทิตย์ละชั่วโมง แล้วก็สอนแบบเล่นเกม ร้องเพลง ไรงี้เอง
 
 
 
ฮ้า... กว่าคนญี่ปุ่นจะเก่งอังกิด หนทางนี้ ยังอีกยาวไกลนัก...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แอนิเว ถึงพวกเค้าจะไม่เก่งอังกิด แต่เค้าก็รู้ดีว่าวิชานี้สำคัญมากในยุคนี้
 
ถึงมีคนเปิดโรงเรียนสอนพิเศษมากมาย
 
 
 
และนี่ก็ทำให้แม่ลูกคู่นี้ มาติดต่อมหาลัย ขอนักเรียนต่างชาติมาสอนวิชาซักนิด
 
ทำให้ดวงเราได้มาบรรจบกันในที่สุด
 
 
 
 
 
ตอนแรกนัดเจอกันที่สตาร์บัคส์ อิฮั้นเดินเข้าไปก็เห็นเลย
 
(ก็พี่แกเล่นมาเป็นคู่ แล้วยืนหน้าทางเข้า แถมส่งสายตาล่อกแล่กๆ - -)
 
 
 
พออิฮั้นเข้าไปทักนี่ ทั้งคู่ตกใจอย่างชัดเจนมาก
 
 
คงนึกไม่ถึงว่า "คนต่างชาติ" จะหน้าตาเอเซีย ผมดำ ผิว(ไม่ค่อย)ขาวยังงี้
 
 
 
 
 
ช็อคสิคะ 555
 
 
 
 
 
 
แต่ก็อธิบายๆๆๆ ทำให้เค้าเชื่อจนได้ว่า เราสอนได้นะ (อิฮั้นชอบวิชาปะกิดค่ะ ถนัดมากมาย)
 
แนะนำตัวเสร็จอะไรเสร็จ
 
 
แม่เค้าก็เริ่มพรั่งพรูความต้องการออกมา
 
 
 
 
"อยากให้สอนแกรมมาร์ สอนศัพท์ สอนการบ้าน
 
สอนบทเรียนในห้องเรียน สอนให้เขียน สอนให้พูด บลาๆๆๆ"
 
 
และเน้นๆๆๆๆว่า ตอนสอน อย่าใช้ภาษาญี่ปุ่นนะ ปะกิดลูกเดียวเลย
 
 (กะใช้งานให้คุ้มเลยนะ... สอนชม.เดียวนะเฟร้ย มิใช่มาเข้าค่ายเก็บตัว - -)
 
 
 
แต่แม่เค้าเองก็บอกว่าฟูจัง (ม.4) อ่อนวิชานี้มาก เกลียดมันด้วย
 
แล้วแบบนี้จะฟังตรูรู้เรื่องเรอะ..... - -
 
 
 
 
เอ้า ไม่ลองก็ไม่รู้
 
ว่าแล้วอิฮั้นก็ใช้วิชายิ้มสยามเข้าบังหน้า
 
หันไปหาฟูจัง แล้วเริ่มจากแนะนำตัวง่ายๆ
 
 
 
จากนั้นก็เริ่มชวนคุย...
 
 
แรกๆ ก็ยังพอไหว
 
พอเข้าเรื่องแปลกๆหน่อย (งานอดิเรกที่ชอบ กีฬาที่ชอบ อาหารที่ชอบ ฯลฯ)
 
เริ่มจับพิรุธได้.....
 
 
 
 
 
"ตอนวันหยุดฟูจังชอบทำอะไรคะ"
 
"...เยส?"
 
"...เอ่อ ไม่ใช่เยสสิ ชอบทำอะไรอะ"
 
"อ่า... โน??"
 
 
 
 
*-*
 
 
 
 
 เอาใหม่วะ ลองอีกซักตั้ง...
 
 
   
 "เข้าใจคำถามมั้ยคะเนี่ย?"
 
"เอ่อ...เยส??"
 
"เข้าใจจริงๆเหรอ? ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ ถามได้เลยนะ"
 
  
".......(ทำไมพูดยาวๆ ตอบไม่ถูกเลย)
 
เอ่อ... อ่า... อาโน... โน?? ไม่ๆ เยส..???? โนนนน นู๋ม่ายยยยรู้~~~"
 
 
 
 
 
สรุปว่าอีนู๋นี่ อยู่ม.4แล้ว
 
แต่ไม่เข้าใจคำว่า understand ค่ะ... T^T
 
 
ถามไปว่า
 
"Do you understand the questions?"
 
(ฟูจังแปลไม่ออก แต่เป็นศัพท์ที่ไม่รุ ก็เหมาเอาว่ากรุไม่รุไม่เห็น)
 
"โน"
 
(โอเค นู๋แปลไม่ได้ แต่นู๋ตอบได้ว่า นู๋ไม่รุ - -)
 
 
 
 
 
 พออิฮั้นพูดต่อว่า
 
"If you have any question, please ask me"
 
 
อินู๋ฟูจังก็อ้ำอึ้ง ไม่รุจะตอบอะไรดี (มันฟังไม่เหมือนคำถามเนอะ...แต่เราทำท่าต้องการคำตอบอะ)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
................
 
สรุปว่า น้องนู๋ไม่เก๊ทคำว่า ask !!! *0*
 
 
 
 
 
อ๊ากกกกกกกกกกกกก
 
งานเข้า งานเข้า งานเข้า... (จริงจังมาก ต้องเน้น 3 รอบ เหอๆ)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คุณแม่น้องฟูจังคะ
 
ก่อนที่คุณแม่จะให้อิฮั้นสอนแกรมมาร์ฉบับม.ปลายให้น้องฟูจังเนี่ย
 
(ต้องสอนโดยใช้