ได้เวลาไขคดีละค่ะ โทดทีนะคะที่ปล่อยให้รอนานเชียว (-.-)
 
 
 
ตกใจนิดหน่อยว่า ในคอมเมนต์ตอนก่อนๆ มีคนเดาถูกด้วยว่า ฮิโตมิ ลืมอะไรไว้ที่ห้อง!!
 
แหม้~ สมแล้วที่ตามอ่านมาขนาดนี้จริงๆค่ะ
 
 
 
 
 
ปล. เรื่องนิยายแบบนี้ อยากแปลจริงจังมากมาย เอาไปเสนอสำนักพิมพ์อะไรดี??
 
เพื่อนๆว่า นานมีบุ๊คส์ จะอยากทำมั้ยคะ? หรือมีสำนักพิมพ์ไหนที่คิดว่าเหมาะ ก็ช่วยแนะนำหน่อยนะค้า~
 
 
 
 
สำหรับคนที่เพิ่งมา ย้อนกลับไปอ่านได้ตรงนี้
 
 
 
 
 
แนะนำตัวละครตรงนี้
 
"โฮโช เรย์โกะ" นักสืบหน้าใหม่ ลูกน้องสารวัตร
 
"คาเกยามะ" พ่อบ้าน(ควบตำแหน่งคนขับรถ)ประจำตัวเรย์โกะ
  
"สารวัตรคาซามัทสึริ" คุณชายที่จับพลัดจับผลูมาเป็นตำรวจ
 
"ทาชิโร่ ยูยะ" แฟนเก่าผู้ตาย
  
"โยชิโมโตะ ฮิโตมิ" ผู้ตาย
 
"สึกิมุระ เอริ" เพื่อนข้างห้องผู้ตาย
 
"คาวาฮาระ เคนซาคุ" พยานเบอร์1 เจ้าของตึกอพาร์ทเมนต์ ที่สวนกับผู้ตาย
 
"โมริทานิ ยาซึโอะ" พยานเบอร์2 นักศึกษาอยู่ชั้น2 ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าคนร้าย
 
 
 
 
 
 
เอ้า มาลุยกัน...
 
 
 
"บทที่ 1-6: กรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าฉากฆาตกรรมด้วยนะครับ"
 
   
 
     "อยู่ที่ระเบียงไงครับ" คาเกยามะพูดราวกับว่าเขาได้ไปเห็นสถานที่เกิดเหตุมาด้วยตัวเอง
 
     "ที่ระเบียงเหรอ!? แต่ตรงนั้นก็มีของอยู่ตั้งหลายอย่างนี่นา ทั้งเสื้อเชิร์ต กางเกงยีนส์ ชุดชั้นใน แม้แต่รองเท้าผ้าใบก็ยังมีเลย ของที่เธอลืมไว้คืออันไหนกันล่ะ?"
 
     "ก็ทุกอย่างนั่นแหละครับ" คาเกยามะพูดพร้อมทั้งมองหน้าเรย์โกะ "คุณหนูน่าจะจำได้นะครับ ว่าพยากรณ์อากาศของคืนวันเสาร์เป็นยังไงบ้าง"
 
     "เอ๊ะ พยากรณ์อากาศเหรอ!? ก็เห็นเค้าว่าคืนวันเสาร์จะมีฝนตกทั่วแถบคันโตนี่นะ ถึงฝนจะไม่ได้ตกลงมาจริงๆก็เถอะ --- เอ๊ะ ถ้างั้น ของที่เธอลืมไว้ก็คือ..."
 
     "ใช่แล้วครับ ของที่เธอลืมไว้ก็คือผ้าที่ตากอยู่ที่ระเบียงนั่นเอง ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ เธอลืมเก็บผ้าที่ตากทิ้งไว้ไงล่ะครับ แต่พอเธอออกจากบ้านและเดินไปทางสถานี เธอก็คงเห็นท้องฟ้าอึมครึมแล้วนึกถึงพยากรณ์อากาศขึ้นมาได้ ก็เลยจำได้ว่าเธอยังไม่ได้เก็บผ้าที่ตากไว้ แล้วเธอก็คงเดินกลับทางเดิมมาที่อพาร์ทเมนต์นี่แหละครับ"
 
     "อย่างนี้นี่เอง แบบนี้ปริศนาทุกอย่างก็ลงตัวพอดีสินะ" แต่เรย์โกะอึ้งไปได้ครู่เดียว ก็นึกสงสัยในจุดสำคัญขึ้นมาได้ "แต่พอมาคิดดูดีๆแล้ว การแก้ปริศนาตรงนี้ของนาย ก็ไม่เห็นช่วยไขคดีได้ตรงไหนเลยนี่นา ก็ความจริงที่ว่าผู้ตายถูกฆ่าตอนที่ย้อนกลับมาที่อพาร์ทเมนต์หลังจากออกไปข้างนอกครั้งนึงแล้ว กับที่ว่าผู้ตายถูกฆ่าเพราะย้อนกลับมาเอาผ้าที่ตากทิ้งไว้ มันก็เรื่องเดียวกันนี่นา"
 
     "แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิครับ เพราะเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่ผู้ตายใส่รองเท้าบู๊ทด้วยนะครับ"
 
     "หมายความว่ายังไงน่ะ?"
 
     "คุณหนูลองสมมติตัวเองเป็นผู้ตายนะครับ ลองจินตนาการว่า ในระหว่างที่คุณหนูใส่บู๊ทออกไปข้างนอก คุณหนูก็บังเอิญนึกได้ว่าลืมเก็บผ้าที่ตากไว้ที่ระเบียง แล้วก็เลยรีบกลับมาที่บ้าน พอมาถึงหน้าบ้านแล้ว คุณหนูจะทำยังไงต่อครับ"
 
     "ง่ายนิดเดียว ฉันก็จะเรียกคาเกยามะมาแล้วสั่งว่า "ไปเก็บผ้าที่ตากไว้ซิ" น่ะสิ"
 
     "อืม-----" คาเกยามะพูดอะไรไม่ออกไปครู่หนึ่ง "นั่นสินะครับ ถ้าเป็นคุณหนูก็คงทำอย่างนั้นจริงๆด้วยแหละครับ" คาเกยามะพึมพำออกมาด้วยความคาดไม่ถึง พร้อมทั้งลูบคางไปด้วย "แต่ว่าโยชิโมโตะ ฮิโตมิไม่มีพ่อบ้านแบบผมอยู่ด้วย คุณหนูคิดว่า เธอจะทำยังไงล่ะครับ"
 
     "ก็ไม่เห็นต้องคิดเลยนี่ แค่ถอดรองเท้าบู๊ทออก เดินเข้าไปในห้องแล้วก็เก็บเสื้อผ้าที่ระเบียงมาไว้ในห้องแค่นั้นเอง ไม่เห็นมีทางเลือกอื่นเลยนี่นา"
 
     แต่คาเกยามะกลับส่ายหน้าช้าๆ
 
     "คงมีหลายๆคนที่ทำแบบนั้น แต่อีกหลายๆคนกลับคิดว่าการทำแบบนั้นมันเสียเวลา แล้วก็เลือกใช้วิธีอื่นแทนน่ะครับ แต่จะว่าไป คุณหนูคงไม่มีทางเลือกใช้วิธีแบบนั้นแน่ เพราะงั้นที่คุณหนูจะนึกไม่ออก ก็ไม่แปลกหรอกครับ"
 
     "วิธีที่ฉันไม่มีทางเลือกใช้เหรอ?" แต่เรย์โกะก็นึกอะไรไม่ออกเลยจริงๆ "แล้วมันเป็นวิธีแบบไหนกันล่ะ"
 
     "ก็ง่ายๆน่ะครับ ก่อนอื่นก็ลงไปทำท่าคลานสี่ขาทั้งๆที่ยังใส่รองเท้าบู๊ทอยู่นั่นแหละ แล้วก็ค่อยๆคลานไปโดยใช้มือกับหัวเข่า และระวังไม่ให้พื้นหลังของรองเท้าแตะโดนพื้นห้องเท่านั้นเองครับ ถึงจะเป็นวิธีที่ลำบากถ้าต้องเคลื่อนที่ไปไกลๆ แต่ถ้าระยะทางแค่ห้องในอพาร์ทเมนต์แค่นี้  คลานๆไปแบบนี้ก็เกินพอแล้วครับ และถึงแม้มันจะเป็นภาพที่ไม่ค่อยน่าดูนัก แต่ถ้าอยู่คนเดียวแบบนี้ ก็ไม่ต้องอายใคร แถมถ้าใช้วิธีนี้ เราก็ไม่ต้องมาคอยถอดรองเท้าบู๊ทอยู่บ่อยๆด้วย ซึ่งก็อย่างที่คุณหนูเคยบอกว่า การถอดเข้าถอดออกรองเท้าบู๊ทเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก ซึ่งข้อดีของวิธีนี้ก็ลบล้างจุดนั้นไปได้ด้วยครับ ผมคิดว่าโยชิโมโตะ ฮิโตมิเองก็คงขี้เกียจถอดรองเท้าบู๊ท แล้วก็เลยใช้วิธีนี้ คลานสี่ขาตรงทางเดินเข้าไปในห้อง ทั้งๆที่ยังใส่รองเท้าบู๊ทอยู่น่ะครับ"
 
     "เอ๊ะ ถ้างั้นก็แปลว่าโยชิโมโตะ ฮิโตมิเป็นคนเข้าไปในห้องนั้นด้วยตัวเอง ไม่ใช่โดนใครอุ้มศพเข้าไปหลังจากถูกฆ่าสินะ"
 
     "ครับ เธอคงไม่ได้ถูกใครอุ้มเข้าไปหรอก โยชิโมโตะ ฮิโตมิเข้าไปในห้องนั้นด้วยตัวเอง แล้วก็ถูกใครบางคนรัดคอจากด้านหลังจนเสียชีวิตในที่สุด เธอคงตกใจมากเลยล่ะครับ เพราะมีใครบางคนแอบอยู่ในห้องของเธอ ซึ่งไม่น่าจะมีใครอยู่ตอนนั้น แต่เธอก็ไม่สามารถต่อสู้ขัดขืนได้ เพราะเธออยู่ในสภาพคลานสี่ขา แล้วเธอก็เลยถูกฆ่าโดยง่ายดาย โดยไม่สามารถแม้แต่จะเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้เลย ปริศนาของ "ผู้หญิงที่ถูกฆ่าตายในห้อง ทั้งๆที่ยังใส่รองเท้าบู๊ทอยู่" ก็สามารถอธิบายได้แบบนี้แหละครับ"
 
     "ปะ เป็นแบบนี้นี่เอง" เรย์โกะตกตะลึงในการไขคดีของคาเกยามะ สมแล้วที่เขากล้าว่าคุณหนูเจ้านายของตัวว่าโง่ ถึงจะน่าโมโหอยู่บ้าง แต่ก็ต้องยอมรับในความสามารถของเขาจริงๆ "แต่แม้แต่นายเอง ก็คงไม่รู้กระทั่งว่า ใครเป็นคนร้ายหรอกเนอะ"
 
     "ไม่หรอกครับ ถ้าสันนิษฐานของผมที่ว่ามานี้ถูกต้อง ผมก็พอจะรู้ตัวคนร้ายคร่าวๆแล้วล่ะครับ ฟังให้ดีนะครับ คุณหนู โยชิโมโตะ ฮิโตมิตั้งใจจะออกไปข้างนอก ก็เลยออกจากห้องไป แต่เธอก็กลับมาภายในเวลาไม่กี่นาที แบบนี้ก็หมายความว่า คนร้ายต้องแอบเข้าไปในห้อง 304 ของเธอในช่วงเวลาไม่กี่นาทีนั้น จนถึงตรงนี้ ไม่สงสัยอะไรใช่มั้ยครับ?"
 
     "อื้ม"
 
     "แต่กุญแจของอพาร์ทเมนต์นั้น เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีประสิทธิภาพป้องกันขโมยได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ใช่อะไรที่โจรย่องเบาจะสามารถเปิดได้ในเวลาไม่กี่นาทีแน่นอน"
 
     "นั่นสินะ ฉันคิดว่าคนร้ายคงไม่สามารถทำลายกุญแจแล้วแอบเข้าไปในห้องได้หรอก"
 
     "ถ้างั้นก็แปลว่าโยชิโมโตะ ฮิโตมิอาจจะลืมล๊อคกุญแจห้อง แต่ถ้าฟังจากเรื่องที่คุณหนูเล่ามา ผมคิดว่าเรื่องนั้นก็ไม่ค่อยมีความเป็นไปได้เท่าไหร่นัก เพราะโยชิโมโตะ ฮิโตมิ "เป็นคนที่ระมัดระวังในเรื่องการล๊อคประตูมาก เธอไม่เคยลืมล๊อคประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียว" สึกิมุระ เอริ ที่เป็นผู้พบศพคนแรกให้การไว้แบบนี้ใช่มั้ยครับ"
 
     "จริงด้วยสินะ โยชิโมโตะ ฮิโตมิต้องล๊อคประตูตอนที่จะออกไปข้างนอกแน่นอน"
 
     "แต่ถึงอย่างนั้น คนร้ายก็ยังสามารถเข้าไปในที่เกิดเหตุได้อย่างง่ายดายโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ข้อมูลนี้ทำให้เราสรุปได้อย่างเดียวเท่านั้น คือคนร้ายจะต้องมีกุญแจสำรองของห้อง 304 อยู่แล้ว" 
 
     "กุญแจสำรอง---" พอได้ยินคำนั้น เรย์โกะก็เห็นภาพคนๆหนึ่งลอยขึ้นมาในหัวทันที ชายคนนั้นเป็นคนที่เคยมีความสัมพันธ์กับโยชิโมโตะ ฮิโตมิจนถึงขั้นแลกกุญแจห้องกัน "ทาชิโร่ ยูยะ--- เขาเป็นคนร้ายจริงๆด้วยสินะ? เอ๊ะ แต่เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก ก็เขามีข้อแก้ตัวที่สมบูรณ์แบบเลยนี่นา"
 
     "ครับ ทาชิโร่ ยูยะ ไม่ใช่คนร้ายหรอกครับ"
 
     "ถ้างั้น รึว่าจะเป็นคาวาฮาระ เคนซาคุ เจ้าของอพาร์ทเมนต์? เขาเองก็คงต้องมีกุญแจสำรองอยู่แน่ๆ"
 
     "แต่หลังจากที่คาวาฮาระ เคนซาคุเจอโยชิโมโตะ ฮิโตมิตรงกล่องรับจดหมายหน้าอพาร์ตเมนต์แล้ว เขาก็ตรงกลับไปที่ห้องของตัวเองเลยนะครับ ซึ่งเรื่องนี้สามารถพิสูจน์ได้จากคำให้การของเจ้าของร้านผลไม้ตรงข้ามอพาร์ทเมนต์ ดังนั้นคาวาฮาระ เคนซาคุจึงไม่สามารถเข้าไปในห้องที่เกิดเหตุได้ก่อนโยชิโมโตะ ฮิโตมิ และลงมือฆ่าเธอได้หรอกครับ"
 
     "อ้าว หมายความว่าไงน่ะ คนร้ายจะต้องเป็นคนที่มีกุญแจเสริมของห้องผู้ตาย แต่ทั้ง 2 คนที่มีกุญแจอยู่กลับไม่มีโอกาสลงมือได้เลย แบบนี้เราก็ไม่มีผู้ต้องสงสัยแล้วน่ะสิ"
 
     "ไม่หรอกครับ คุณหนู ผู้ต้องสงสัยยังเหลืออยู่อีกคน คนที่สามารถใช้กุญแจสำรองได้ ยังมีเหลืออยู่อีกแค่คนเดียวเท่านั้น และคนๆนั้นเองแหละครับ ที่เป็นคนร้ายตัวจริงในคดีฆาตกรรมโยชิโมโตะ ฮิโตมิ" วิธีพูดของคาเกยามะที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจนี้ ทำให้เรย์โกะเริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมา
 
     "แล้วคนๆนั้นคือใครกันล่ะ? เป็นคนที่ฉันไม่รู้จักเหรอ?"
 
     "ไม่ใช่หรอกครับ คุณหนูรู้จักเขาแล้วล่ะครับ ถ้าจะพูดให้ถูกคือคุณหนูรู้จักรองเท้าของเขาแล้วน่ะครับ"
 
     "รองเท้าเหรอ?"
 
     "ลืมไปแล้วเหรอครับ คุณหนู ตอนที่พวกคุณหนูไปหาทาชิโร่ ยูยะที่ห้อง ในห้องนั้นมีรองเท้าของผู้หญิงอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอครับ"
 
     สภาพห้องของทาชิโร่ ยูยะตอนที่พวกเธอไปหาเขา แจ่มชัดขึ้นมาในหัวของเรย์โกะทันที ตรงพื้นที่วางรองเท้าหน้าห้อง ที่เต็มไปด้วยรองเท้าผู้ชายที่วางสะเปะสะปะอยู่นั้น มีรองเท้าผู้หญิงคู่หนึ่งวางเด่นอยู่อย่างไม่เข้าพวก
 
     "รองเท้าส้นสูงสีขาวคู่นั้น!" เรย์โกะเผลอร้องตะโกนออกมา "เจ้าของรองเท้าคู่นั้นคือคนร้ายงั้นเหรอ!?"
 
     "ถูกแล้วครับ" คาเกยามะพูดด้วยท่าทีสงบนิ่ง "ก็อย่างที่คุณหนูคาดการณ์ไว้ ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของรองเท้าส้นสูงสีขาวคู่นั้นคงจะเป็นแฟนใหม่ของทาชิโร่ ยูยะ และถ้าเป็นแฟนกัน ก็คงสามารถเข้าไปที่ห้องของทาชิโร่ ยูยะได้อย่างง่ายดาย นั่นหมายความว่า เธอคนนั้นสามารถที่จะแอบเอากุญแจห้อง 304 ที่ทาชิโร่ ยูยะเก็บไว้ ออกมาใช้ตอนที่เขาไม่อยู่บ้านได้นั่นเอง"
 
     "งี้นี่เอง คืนวันเสาร์นั้น ทาชิโร่ก็ออกไปตกปลาข้างนอก ไม่อยู่บ้านทั้งคืนเลยด้วย แฟนใหม่คนนั้นก็เลยมีโอกาสเอากุญแจสำรองนั้นไปใช้สินะ!"
 
     "ก็เช่นนั้นแหละครับ จากตรงนี้ไปจะเป็นส่วนที่ผมคาดเดาเอาเอง ดังนั้นมันอาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมดนะครับ ผู้หญิงคนร้าย--- เรายังไม่รู้ชื่อเธอ เพราะงั้นผมขอเรียกเธอว่า ชิโรอิ คุทสึโกะ ก็แล้วกันนะครับ"
 
     "เจ้าของรองเท้าส้นสูงสีขาว ก็เลยเรียกว่า ชิโรอิ คุทสึโกะ สินะ"
 
(* เป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ "ชิโรอิ = สีขาว" "คุทสึ=รองเท้า"... เล่นกันดื้อๆเงี้ย - - พ่อบ้านอับจนมุขเหลือเกิน)
 
     "อาจจะด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้ชิโรอิ คุทสึโกะที่เป็นแฟนใหม่ของทาชิโร่ ยูยะไปเจอกุญแจที่เขาแอบเก็บไว้ในห้องเข้า แน่นอนว่าเธอคงไม่รู้ว่านั่นเป็นกุญแจห้องของใคร แต่ผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสัญชาตญาณที่แหลมคมมาก พอชิโรอิ คุทสึโกะเจอกุญแจอันนั้นเข้า เธอก็คงสงสัยทันทีว่า ทาชิโร่ ยูยะอาจจะกำลังแอบคบกับผู้หญิงอื่นอยู่ และนี่คงเป็นกุญแจห้องของผู้หญิงคนนั้น การที่ชิโรอิ คุทสึโกะจะอยากค้นหาตัว "กิ๊ก" ของแฟนตัวเอง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร จากนั้นเธอก็คงพยายามค้นหาข้อมูล หรือไม่เธอก็อาจจะรู้ตัวแฟนเก่าของเขาอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว เรื่องนั้นผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆคือ เธอสืบหาจนไปเจอตัวโยชิโมโตะ ฮิโตมิเข้าจนได้ แต่เธอจะสืบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทาชิโร่ ยูยะ กับ โยชิโมโตะ ฮิโตมิ ยังไงดีล่ะ แล้วตอนนั้นเอง เธอก็นึกวิธีดีๆขึ้นได้ เธอจะต้องแอบเอากุญแจดอกนั้นออกมาจากห้องของทาชิโร่ ยูยะในตอนที่เขาไม่อยู่ แล้วเอาไปเทียบกับรูกุญแจห้องของโยชิโมโตะ ฮิโตมิ ซึ่งถ้ากุญแจนี้สามารถไขประตูห้องของโยชิโมโตะ ฮิโตมิได้ มันก็จะเป็นหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ของทั้งคู่ทันที แล้วชิโรอิ คุทสึโกะ ก็เลยทำตามแผนนี้จริงๆ"
 
     "วันที่เธอลงมือ ก็คือวันเสาร์นั่นเองสินะ"
 
     "ครับ ชิโรอ