ได้เวลามาต่อกันแล้วค่ะ
 
ครั้งนี้ยาวหน่อย เป็นตอนก่อนจบตอน1ค่า
 
 
 
 
ปล. ตอนนี้ที่ญี่ปุ่น เล่มนี้ขายดีมากกกกก ขายได้เกิน 1 ล้านเล่มแล้วค่า 
 
ปล.(อีกที) นั่งแปลนานเกินไป พอกดอัพเอนทรี่ปุ๊บ มันล๊อกเอาท์เฉยเลย ที่แปลมา เกินครึ่งหาเกลี้ยง
ต้องนั่งแปลใหม่อีกรอบ T_T
 
 
 
 
สำหรับคนที่เพิ่งมา ย้อนกลับไปอ่านได้ตรงนี้
 
 
 
 
 
 
แนะนำตัวละครตรงนี้
 
"โฮโช เรย์โกะ" นักสืบหน้าใหม่ ลูกน้องสารวัตร
 
"สารวัตรคาซามัทสึริ" คุณชายที่จับพลัดจับผลูมาเป็นตำรวจ
 
"ทาชิโร่ ยูยะ" แฟนเก่าผู้ตาย
  
"โยชิโมโตะ ฮิโตมิ" ผู้ตาย
 
"สึกิมุระ เอริ" เพื่อนข้างห้องผู้ตาย
 
"คาวาฮาระ เคนซาคุ" พยานเบอร์1 เจ้าของตึกอพาร์ทเมนต์ ที่สวนกับผู้ตาย
 
"โมริทานิ ยาซึโอะ" พยานเบอร์2 นักศึกษาอยู่ชั้น2 ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าคนร้าย
 
 
 
 
 
 
เริ่มตรงนี้เลยค่ะ...
 
 
 
 
"บทที่ 1-5: กรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าฉากฆาตกรรมด้วยนะครับ"
 
 
 
     หลังจากที่โฮโช เรย์โกะทานอาหารค่ำมื้อเบาๆ ซึ่งประกอบด้วยสลัดถั่วลันเตาใส่กุ้ง ซุปอาหารทะเล ไก่นึ่งซอสมะเขือเทศ และเนื้อแกะย่างโรสแมรี่เสร็จ เธอก็ไปนั่งพักผ่อนบนโซฟาในห้องโถงที่สามารถมองเห็นวิวตอนกลางคืนข้างนอกได้
 
     ในตอนกลางวันนั้น เรย์โกะจะพยายามแต่งตัวเรียบๆให้สมกับเป็นตำรวจ เธอจะใส่ชุดสูทกางเกงของยี่ห้อ burberry หรืออะไรจืดๆเทือกนั้นที่ดูเหมือนซื้อมาจากห้างแถวบ้าน เพราะเธอต้องการรักษาภาพพจน์ของตำรวจที่จริงจังเอาไว้ แต่เมื่อเธอกลับมาที่คฤหาสน์นี้ ส่วนใหญ่เธอจะพักผ่อนในชุดกระโปรงวันพีซที่ดูผู้ยิ้ง ผู้หญิงซะเป็นส่วนใหญ่ แม้แต่สารวัตรคาซามัทสึริเองก็เถอะ ถ้าได้มาเห็นเธอในชุดแบบนี้ก็คงคิดไม่ถึงว่านี่คือลูกน้องที่เขาเจออยู่ทุกวันหรอก ก็สารวัตรคาซามัทสึริไม่รู้ว่าเรย์โกะน่ะ คือลูกสาวคนเดียวของโฮโช เซย์ทาโร่ เจ้าของ "โฮโชกรุ๊ป" นี่นา
 
     "คุณผู้ชายท่านเป็นห่วงคุณหนูที่ไปเป็นตำรวจมากเลยนะครับ" พ่อบ้านเอ่ยขึ้นในขณะที่เทไวน์อายุเก่าแก่ลงในแก้วที่ทอประกายแสงราวกับอัญมนี "ท่านคิดเป็นห่วงไปต่างนานาว่า ตอนนี้คุณหนูจะกำลังยิงปืนสู้กับคนร้ายอยู่ตรงแม่น้ำทามะรึเปล่า รึว่ากำลังถือกระเป๋าที่ใส่เงินค่าไถ่วิ่งไปทั่วเมืองคุนิตาจิ รึว่ากำลังขับรถไล่ตามจับคนร้ายอยู่ตรงถนนฟุจู ท่านเป็นกังวลจนไม่เป็นอันทำงานเลยล่ะครับ"
 
     "งั้นเหรอ" ถ้ามีจินตนาการโอเวอร์เลยเถิดขนาดนี้ อย่าว่าแต่ทำงานเลย แค่จะใช้ชีวิตปกติธรรมดายังไม่ได้เลยมั้ง... น่าพาไปหาหมอจริงๆ ยุ่งยากจังแฮะ "ไปบอกคุณพ่อนะว่าฉันไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องห่วง งานที่ฉันทำอยู่ตอนนี้ ไม่มีเรื่องที่เกี่ยวกับการยิงปืน เงินค่าไถ่ หรือการขับรถไล่ตามคนร้ายหรอก แค่คดีฆาตกรรมธรรมดาๆที่แปลกไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง"
 
     "แปลกไปนิดหน่อยเหรอครับ?"
 
     "ก็ผู้ตายใส่รองเท้าอยู่ตอนที่ถูกฆ่าน่ะสิ--- อะ แต่ถ้าเดาว่าศพถูกแบกเข้ามาในห้องหลังจากตายแล้ว ก็คงไม่แปลกอะไรหรอก แต่ก็ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมถึงต้องอุตส่าห์ย้ายศพมาด้วยนะ แล้วแรงจูงใจในการฆ่าโยชิโมโตะ ฮิโตมิก็ยังไม่กระจ่างชัดด้วย--- เธอพอจะเอะใจอะไรบ้างมั้ย คาเกยามะ?"
 
     "ไม่ครับ ด้วยคำอธิบายแค่นี้ ผมไม่เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียว" พ่อบ้านขอโทษด้วยการส่ายหน้าช้าๆ แต่ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นนั้นกลับเป็นประกายขึ้นมา "แต่ถ้าคุณหนูจะยอมเสียเวลาอธิบายรายละเอียดของคดีให้ผมฟังมากกว่านี้ ความเห็นของผมอาจจะสามารถช่วยอะไรคุณหนูได้บ้างก็ได้"
 
     เรย์โกะประหลาดใจไม่น้อยที่คาเกยามะพูดเช่นนี้ คาเกยามะเป็นพ่อบ้านที่ยังหนุ่ม และเพิ่งเริ่มทำงานที่คฤหาสน์โฮโชได้แค่เดือนเดียว เพราะงั้นจะพูดว่าเรย์โกะรู้จักเขาดีก็คงไม่ได้ แต่เขาก็เป็นผู้ชายที่มีท่าทางสุขุมและเอาจริงเอาจังอยู่เสมอ แถมยังดูท่าทางจะไม่ค่อยชอบออกความเห็นหรือแสดงความรู้สึกอะไรด้วย อย่างน้อยๆดูแล้วก็คงไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่อยู่จะมา "ออกความเห็น" เกี่ยวกับการสืบสวนคดีหรอก แต่เรย์โกะก็ยอมทำตามข้อเรียกร้องของคาเกยามะ "ก็ได้ งั้นฉันจะอธิบายรายละเอียดคดีนี้ให้ฟัง"
 
     เรย์โกะเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคาเกยามะจะมีความเห็นยังไงบ้าง แล้วการเล่าเรื่องคดีให้คนอื่นฟังก็อาจจะทำให้เข้าใจคดีได้ลึกซึ้งขึ้น บางทีอาจจะทำให้มองเห็นจุดที่ตัวเองเคยมองข้ามไปก็ได้ แถมผู้ฟังที่เอาจริงเอาจังและปากแข็งอย่างคาเกยามะก็ท่าทางจะเหมาะกับการเล่าเรื่องแบบนี้ให้ฟังซะด้วย
 
     "คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ตอนราวๆ 6 โมงเย็น แต่ทางเราได้รับการแจ้งความตอน 1 ทุ่ม ผู้ตายชื่อโยชิโมโตะ ฮิโตมิ เป็นผู้หญิงอายุ 25 ปี---"
 
     เรย์โกะนั่งพิงโซฟาและจิบไวน์ไปด้วยในขณะที่ปากก็เล่าเรื่องราวของคดีนี้โดยไม่ปิดบังรายละเอียดใดใดทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าเรื่องของเรย์โกะจะกินเวลานาน แต่คาเกยามะก็ยืนตรงและตั้งใจฟังอย่างเต็มที่สมกับที่เป็นพ่อบ้าน ในที่สุดเรื่องราวของเรย์โกะก็จบลงตรงที่ข้อแก้ตัวของทาชิโร่ ยูยะได้รับการยืนยันว่าถูกต้อง ทำให้การสืบสวนคดีต้องกลับมาเริ่มตั้งต้นใหม่ทั้งหมด
 
     "ว่าไงล่ะ คาเกยามะ? พอจะนึกอะไรออกบ้างมั้ย? เรื่องเล็กๆน้อยๆอะไรก็ได้นะ"
 
     "ครับ" คาเกยามะยกมือขึ้นมาขยับแว่น และทำหน้าลำบากใจ "คุณหนูอนุญาตให้ผมออกความเห็นจริงๆนะครับ"
 
     "แน่นอน" เรย์โกะพูดให้กำลังใจ พร้อมทั้งหันไปยิ้มให้กับพ่อบ้านอย่างใจดี "ไม่ต้องเกรงใจไปหรอก คิดยังไงก็พูดมาได้เลย"
 
     "พูดได้ทุกอย่างจริงๆนะครับ" หลังจากพ่อบ้านถามย้ำจนแน่ใจแล้วก็พูดต่อ "ถ้างั้นผมจะขอพูดตรงๆตามที่ผมคิดละนะครับ" พ่อบ้านคาเกยามะก้มหัวลงต่ำเพื่อทำความเคารพ ก่อนจะหันหน้าไปหาเรย์โกะที่นั่งอยู่บนโซฟา และพูดสิ่งที่เขาคิดด้วยคำพูดที่ตรงไปตรงมา
 
     "ขอประทานโทษนะครับ แต่เรื่องแค่นี้ก็ไม่เข้าใจเนี่ย คุณหนูโง่จริง แกล้งโง่ หรือว่าตั้งใจโง่กันแน่ครับ"
 
 
 
 
 
 
     "........................." บริเวณรอบนั้นถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบเป็นเวลาหลายวินาที หรืออาจจะหลายนาที 
    
     เรย์โกะรินไวน์ใส่แก้วที่ว่างแล้วด้วยตัวเอง เธอลุกขึ้นยืน แล้วถือแก้วเดินไปที่ริมหน้าต่าง เพราะคฤหาสน์โฮโชตั้งอยู่บนเนินสูง จึงสามารถมองเห็นวิวของเมืองคุนิตาจิยามค่ำคืนอันสวยงามราวกับได้ตั้งเทียนไขหลายเล่มไว้ในความมืดได้อย่างชัดเจน เป็นวิวที่มองทีไรก็สวยไม่รู้เบื่อ แล้วก็ทำให้ใจสงบด้วย เอาล่ะ! ไม่เป็นไรแล้ว เราสงบใจได้แล้วล่ะ เรย์โกะสูดหายใจลึกๆเบาๆแล้วหันหน้ากลับไปหาคาเกยามะ และค่อยๆเอ่ยปากพูดขึ้น 
    
     "ชั้นไล่นายออก ออกไปซะ! ไล่ออกเดี๋ยวนี้เลย! ไล่ออกไล่ออกไล่ออกไล่ออกไล่ออกไล่ออกไล่ออก"
 
     "ใจเย็นสิครับ ไม่ต้องวีนแตกอย่างนี้ก็ได้ครับ คุณหนู"
 
     "ใครมันจะไปใจเย็นได้ล่ะ!" มือของเรย์โกะที่ถือแก้วไวน์อยู่สั่นระริก ทำให้ของเหลวสีแดงที่อยู่ในแก้วกระฉอกไปมา "ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างฉันคนนี้จะโดนพ่อบ้านหาว่างี่เง่าได้! ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้เลยจริงๆ!"
 
     "ไม่นะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดว่าคุณหนูงี่เง่าเลยซักนิด..."
 
     "อ๋อ ใช่สิ ถูกแล้วล่ะ!" เรย์โกะพยักหน้าแรงๆพร้อมกับเดินวนไปรอบๆตัวพ่อบ้าน "ใช่แล้ว นายไม่ได้พูดว่าฉันงี่เง่าหรอก นายหาว่าฉันโง่ต่างหากล่ะ! ไม่ได้งี่เง่า แต่โง่ใช่มั้ยล่ะ ฉันขอไล่นายออกเดี๋ยวนี้เลย! อย่างเป็นทางการด้วย! นายรีบออกไปจากคฤหาส