โฮ่ยยยยยยย ได้ฤกษ์มาต่อกันละ
 
 
ใครเพิ่งมา ย้อนไปอ่านตอน 1-1 กับ 1-2 ได้ที่นี่เลยค่า
 
 
 
 
 
ย่อๆตัวละครไว้ให้ เผื่อใครจำไม่ได้
 
"โฮโช เรย์โกะ" นักสืบหน้าใหม่ ลูกน้องสารวัตร
 
"สารวัตรคาซามัทสึริ" คุณชายที่จับพลัดจับผลูมาเป็นตำรวจ
 
"ทาชิโร่ ยูยะ" ความสัมพันธ์กับผู้ตาย/คดี ยังไม่เปิดเผย
 
"โยชิโมโตะ ฮิโตมิ" ผู้ตาย
 
"สึกิมุระ เอริ" เพื่อนข้างห้องผู้ตาย
 
"คาวาฮาระ เคนซาคุ" พยานเบอร์1 เจ้าของตึกอพาร์ทเมนต์ ที่สวนกับผู้ตาย
 
"โมริทานิ ยาซึโอะ" พยานเบอร์2 นักศึกษาอยู่ชั้น2 ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าคนร้าย
 
 
 
 
 
 
 
"บทที่ 1-3: กรุณาถอดรองเท้าเวลาเข้าฉากฆาตกรรมด้วยนะครับ"
 
 
     หลังจากที่ตำรวจทั้งสองทำการสอบปากคำพยานทั้งหมดเสร็จ ทั้งคู่ก็เดินกลับไปที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุอีกที ระหว่างที่กำลังเดินขึ้นบันไดไปพร้อมกับสารวัตร เรย์โกะก็โพล่งถามขึ้นมา
 
     "เสียงฝีเท้าที่โมริทานิ ยาซึโอะได้ยิน จะเป็นเสียงคนร้ายวิ่งหนีจริงๆรึเปล่าคะเนี่ย"
 
     "ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะเหมาเอาแบบนั้นนะ โฮโชคุง อาจจะเป็นใครก็ได้ที่ไม่เกี่ยวกับคดีเลย แต่ดันทะเล่อทะล่าวิ่งลงมาในช่วงเวลาที่เกิดเหตุพอดีก็ได้"
 
     ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ข้อมูลต่างๆคงเอามาประเมินได้ยากน่าดู แต่มันก็มีความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์แบบนั้นจะเกิดขึ้นจริงๆ
 
     "แต่ว่านะสารวัตร คำให้การของคาวาฮาระ เคนซาคุคงเป็นกุญแจสำคัญเลยสินะคะ ที่ว่าผู้ตายโยชิโมโตะ ฮิโตมิที่เพิ่งกลับมาถึงตึก ได้เดินสวนกับเขาพอดีที่หน้าตู้รับจดหมายตอนประมาณ 6 โมงเย็น นี่หมายความว่าผู้ตายยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนั้น ซึ่งก็แปลว่าเธอถูกฆ่าหลังจากนั้นทันที พูดให้ละเอียดก็คือ เธอเดินขึ้นไปที่ชั้น 3 ผ่านทางเดินและตรงไปที่ห้อง 304 ของเธอ และในช่วงเวลาสั้นๆที่เธอกำลังจะถอดรองเท้าบู๊ทออกตรงพื้นหน้าห้อง เธอก็ถูกฆ่าตาย จากนั้นคนร้ายก็เอาศพไปไว้ในห้องข้างใน สรุปว่าเรื่องคงเป็นแบบนี้ใช่มั้ยคะ สารวัตร"
 
     ถ้าดูจากความจริงที่ว่า ผู้ตายถูกฆ่าในห้องด้านใน ทั้งๆทียังสวมรองเท้าบู๊ทอยู่ การวิเคราะห์คดีแบบนี้ก็ดูไม่ผิดแปลกอะไร แต่สารวัตรคาซามัทสึริกลับหัวเราะฟืดทางจมูก ราวกับจะเย้ยเรย์โกะ
 
     "ฮึฮึ จะใช่แบบนั้นจริงรึเปล่านะ โฮโชคุง" (มันน่าตบเสียนี่กระไร -*- ... ความเห็นผู้แปลค่ะ เอิ๊กกก)
 
     แล้วสารวัตรก็เริ่มเค้นประสบการณ์และความรู้ต่างๆที่ได้สั่งสมมาตามวัย เขาเริ่มอธิบายการวิเคราะห์คดีในแบบของเขาให้ฟังพร้อมกับสร้างรอยย่นลึกๆขึ้นตรงหว่างคิ้ว
 
     "ลองสมมติว่าคนร้ายฆ่าโยชิโมโตะ ฮิโตมิในห้องนะ แต่เขาเอารองเท้าบู๊ทไปใส่ให้ผู้ตายทีหลัง เพื่อให้พวกเราคิดว่าเขาฆ่าผู้ตายที่อื่น ทำให้การสืบสวนคดียากขึ้น ผมว่าสมมติฐานข้อนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงอยู่เหมือนกันนะ"
 
     "ไม่หรอก เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ สารวัตร" เรย์โกะโต้กลับในทันที "การเอารองเท้าบู๊ทใส่ให้ศพเนี่ย ไม่ได้ง่ายอย่างที่พูดหรอกนะคะ แถมรองเท้าที่ผู้ตายใส่อยู่ ก็เป็นบู๊ทแบบที่ต้องผูกเชือกรองเท้าด้วย รองเท้าแบบนั้นน่ะ แค่ใส่ด้วยตัวเองยังใส่ยากเลย ถ้าคนร้ายคิดจะเอาไปใส่ให้ผู้ตาย คงลำบากน่าดูเลยล่ะค่ะ ฉันไม่คิดว่าคนร้ายที่ลงมือฆ่าคน จะยอมทำเรื่องลำบากยุ่งยากอย่างนี้แน่ๆค่ะ"
 
     "นั่นสิ ผมก็คิดเหมือนกันเลย" สารวัตรคาซามัทสึริใส่เกียร์ถอยทันที "คงไม่มีคนร้ายคนไหนงี่เง่าถึงขนาดเอารองเท้าบู๊ทไปใส่ให้ผู้ตายหรอก ถ้าเขาทำแบบนั้น ตอนที่เราตรวจพิสูจน์ศพก็คงจะเจออะไรแปลกๆน่าสงสัยไปแล้วล่ะ ถูกต้องแล้ว การใส่รองเท้าบู๊ทให้ผู้ตายหลังจากลงมือฆ่าแล้วเป็นไปไม่ได้แน่นอน ใช่มั้ย โฮโชคุง"
 
     "........ค่ะ เป็นอย่างที่สารวัตรพูดจริงๆค่ะ"
 
     แล้วอีตาหน้าทะเล้นคนไหน ที่เพิ่งขมวดคิ้วพร้อมกับพูดว่า "คิดว่ามีความเป็นไปได้สูง" เมื่อราวๆ 60 วิที่ผ่านมานี่ล่ะยะ? เ